SET ผันผวนต่อ แต่พอมี Sentiment บวก จากเฟดคงดอกเบี้ย

Investment Ideas:

  • ภาพรวมการลงทุน – เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,555 จุด SET ยังคงผันผวนจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ และมุมมองของ IMF ที่เป็นลบต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเอเซีย และ 5 ประเทศกลุ่มอาเซียนรวมทั้งไทย ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ยังคงพอมีปัจจัยบวกจากผลการประชุม FOMC ล่าสุด เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.00-0.25% และยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ไม่น้อยกว่า 120,000 ล้านเหรียญต่อเดือนตามคาดวันนี้ (29 ก.ค.) อย่างไรก็ตามรายงาน WEO ของ IMF ยังคงประมาณการ World GDP เติบโต 6% และปรับเพิ่มการขยายตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศยุโรป ทำให้เรายังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่ม Oil Play เราเลือก PTTEP และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนหลัก เรายังคงเน้นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และการส่งออกแข็งแกร่ง เราเลือก ASIAN TU HANA KCE SAT AH PACO APURE SONIC และ NYT รวมทั้งหุ้นที่ ได้ประโยชน์จากการ WFH ที่เพิ่มขึ้น เราเลือก ADVANC YGG และ AS
  • เฟดคงดอกเบี้ย และ QE ตามคาด ในการประชุม FOMC ล่าสุด (28 ก.ค.) – คณะกรรมการกำหนดนโยบาย การเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.00-0.25% และมาตรการ QE ตามคาด ความเห็นของเฟด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความคืบหน้าตามเป้าหมายท่ีจะทำให้เฟด โดยเฉพาะการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงต้องการเวลามากขึ้นในการประเมินความคืบหน้า ขณะที่เฟดประเมินความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจยังอยู่ที่ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
  • IMF คงประมาณการ World GDP ปี 64 เติบโต 6% แต่ปรับการเติบโตในเอเซียและอาเซียนลดลง – รายงาน World Economic Outlook (WEO) ของ IMF เดือน ก.ค. ยังคงประมาณการ GDP ปี 64 ไว้ เท่าเดิมที่ 6% ความน่าสนใจของรายงาน WEO อยู่ที่การปรับเพิ่มประมาณการ GDP ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐฯ คาดขยายตัว 7% (เดิม 6.4%) รวมถึงเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซน จีนและอินเดีย จะขยายตัว 4.6% 8.1% และ 9.5% ตามลำดับ แต่ปรับลดประมาณการ GDP ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เหลือ 6.3% (เดิม 6.7%) โดยกลุ่มประเทศในเอเซีย คาดว่า GDP จะขยายตัว 7.5% (เดิม 8.6%) ขณะที่กลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ รวมทั้งไทย IMF คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 4.3% (เดิม 4.9%) โดยความเสี่ยงต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อยู่ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ุเดลตา ที่กำลังระบาดหนักในหลายประเทศ
  • ราคาน้ำมันยังคงปรับเพิ่ม หนุน Oil Play เราเลือก PTTEP และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น – ราคาน้ำมันดิบ Dubai เฉลี่ย 2564YTD อยู่ที่ 64.8 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 67%YoY ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะอุปทานตึงตัว สะท้อนจากการปรับลดของปริมาณสำรองน้ำมันดิบสหรัฐฯ ต่อเนื่อง ล่าสุด EIA รายงาน ปริมาณสำรองน้ำมันดิบสัปดาห์ล่าสุด (สิ้นสุด 23 ก.ค.) ลดลง 4.09 ล้านบาร์เรล (คาดลดลง 2.93 ล้าน บาร์เรล) ขณะที่อุปทานปรับเพิ่มในกรอบจำกัด แม้มติการประชุม OPEC+ ล่าสุด จะมีการทยอยปรับเพิ่มกำลังผลิตก็ตาม ขณะที่การรายงานจำนวนแท่นขุดเจาะนำามันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเพียง 7 แท่น มาอยู่ท่ี 387 แท่น เรามองเป็นบวกต่อกลุ่ม Oil play (PTT PTTEP OR BCP IRPC SPRC TOP และ ESSO) โดยยังคงเลือก PTTEP (ซื้อ.,ราคาเป้าหมาย 140 บาท) และ PTTGC (ซื้อ.,ราคาเป้าหมาย 82 บาท) เป็นหุ้นเด่น โดยเราให้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบ (Dubai) เฉลี่ยในปี 2564 อยู่ท่ี 68 เหรียญต่อบาร์เรล และปี 2565 อยู่ท่ี 70 เหรียญต่อบาร์เรล
  • Company Update: CHG (เก็งกำไร; ราคาเป้าหมาย 4.4 บาท) คาดกำไรสุทธิ 2Q64 เติบโตแข็งแกร่ง ทำ New High – คาดกำไรสุทธิ 2Q64 เป็น New high รายได้เติบโตทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากบริการ เกี่ยวกับ COVID-19 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.5% สูงกว่า 2Q63 และ 1Q64 ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่ม 16% เพื่อสะท้อนแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด โมเมนตัมเชิงบวกถึง 3Q64 หนุนจาก COVID-19 และปัจจัยฤดูกาล
  • Earnings Preview: PJW (ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท) รับปัจจัยหนุนจากส่งออก – คาดกำไรสุทธิ 2Q64 อยู่ที่ 21.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 317%YoY การส่งออกช่วยลดแรงกดดันจาก COVID-19 ปัจจุบันบริษัทยังคง เดินหน้าเตรียมแผนลุยธุรกิจใหม่ (วัสดุทางการแพทย์) ต่อเนื่องตามแผน คาดรับรู้รายได้เริ่มต้น 4Q64 ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 มาอยู่ที่ 153 ล้านบาท สะท้อนรายได้จากธุรกิจใหม่ แนวโน้ม 2H64 เติบโต ต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิ 1H64F คิดเป็น 42% ของกำไรสุทธิปี 2564 หลังปรับประมาณการ
  • บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน – Company Update: CHG / Earnings Preview: NOBLE ORI และ PJW
  • มุมมองทางเทคนิค- เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,555 จุด หุ้นแนะนำทางเทคนิควันนี้ ได้แก่ PJW NYT BCPG TAPAS และ KEX

Core Investment

  1. หุ้นโรงพยาบาล (ซื้อขายระยะสั้น 1 เดือน) เราเลือก TM SMD BCH BDMS และ CHG
  2. WFH เราเลือก (ซื้อขายระยะสั้น 1 เดือน) ADVANC TRUE TPAC SCGP JAS ITEL INSET NETBAY YGG และ AS
  3. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า (ซื้อขายระยะสั้น 1-3 เดือน) เราเลือก ASIAN TU HANA KCE SAT AH PACO MEGA NER EPG CBG และ SMPC
  4. หุ้นที่ประโยชน์จากการส่งออกที่แข็งแกร่ง (ซื้อขายระยะกลาง 3-6 เดือน) เราเลือก APURE SONIC JWD WICE และ NYT
  5. หุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (ซื้อขายระยะยาว มากกว่า 6 เดือน) เราเลือก TCAP TASCO PSH TISCO SPCG SC WHAUP CTW ORI RATCH TVO TTW และ SPALI
  6. หุ้นสะสมระยะยาว (DCA) (ซื้อขายระยะยาวมากกว่า 1 ปี) เราเลือก AOT BEM ADVANC WHA LH CPALL CPF BDMS HMPRO KBANK และ KKP

ตลาดต่างประเทศ (อินโฟเควสท์):

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ : ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,930.93 จุด ลดลง 127.59 จุด (-0.36%) ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,400.64 จุด ลดลง 0.82 จุด (-0.02%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,762.58 จุด เพิ่มข้ึน 102.01 จุด (+0.70%) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับลดลง อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ฟ้ืนตัว ในระหว่างการซื้อขาย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดกล่าวว่า เฟดยังคงอยู่ห่างไกลจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจาก ภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้

• ตลาดหุ้นยุโรป : ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 461.70 จุด เพิ่มขึ้น 3.05 จุด (+0.66%) ตลาดหุ้นยุโรปปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งช่วยลดความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจีนเพิ่มการควบคุมด้านกฎระเบียบกับบริษัทเทคโนโลยี

สินค้าโภคภัณฑ์ (อินโฟเควสท์):

  • ราคาน้ำมันดิบ : สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดที่ 72.39 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ (+1.0%) และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดที่ 74.74 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ (+0.4%) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้นหลังจากสหรัฐฯ รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันใน สหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง
  • ราคาทองคำ : สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิดที่ 1,799.7 เหรียญต่อออนซ์ ลดลง 10 เซนต์ (-0.01%) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปรับลดลง จากแรงซื้อขายที่เบาบาง เพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาด COMEX ปิดตลาดก่อนรับรู้ผลการประชุมของธนาคารกลาง สหรัฐ (เฟด)
  • ราคาถ่านหิน : ราคาถ่านหินตลาดล่วงหน้า (Newcastle) ส่งมอบเดือน ก.ย. 64 ล่าสุด ปิดที่ 146.35 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 1.45 เหรียญ (+1.00%)
  • ค่าระวางเรือ : Baltic Dry Index (BDI) ล่าสุดปิดที่ 3,154 จุด ลดลง 12 จุด (-0.38%)

    ข่าวอื่น ๆ

• CHAYO ดีลซื้อหนี้ด้อยคุณภาพกับสถาบันการเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท คาดในไตรมาส 3/2564 บุ๊กเข้าพอร์ต ไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท คาดใช้เงินราว 1 พันล้านบาท มองครึ่งหลังปีน้ีมีลุ้นหนี้เสียในระบบพุ่ง 5.5-6 แสนล้าน บาท รับธุรกิจกัญชงล่าช้า คาดหวังปลายปีได้ความชัดเจน (ทันหุ้น)

• PHOL พร้อมขายชุดตรวจ Rapid Test หลังพันธมิตรได้ใบอนุญาตจาก อย. เรียบร้อยแล้ว ชี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง หนุนยอดขายชุดป้องกัน หน้ากากอนามัยผ่านช่องทางออนไลน์ไหลเข้าเพียบ แย้มมีความพร้อมเข้าประมูลชุดป้องกันโควิด-19 กับองค์การเภสัชกรรม หากเปิดทางให้เข้าร่วม (ทันหุ้น)

• INSET ฮอต กองทุนต่างประเทศเข้าซื้อบิ๊กล็อต จำนวน 10 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 6.75 บาท หลังรับฟังข้อมูล มั่นใจ พื้นฐานแกร่ง อนาคตโตแรงตามเทรนด์เทคโนโลยี 5G และธุรกิจ Data Center ฟากผู้บริหารชี้แนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังสดใส โควิด-19 หนุน Data Center-Cloud คึกคัก รับอานิสงส์ Work From Home มาแรง (ทันหุ้น)

- Advertisement -