ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อ SET

Investment Ideas:

  • ภาพรวมการลงทุน – เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,630-1,655 จุด เราคาดว่า SET ยังคงมีโอกาสปรับเพิ่มต่อ จากปัจจัยบวกเดิมหนุนทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่วันนี้ติดตามรายงานการประชุมนโยบายการเงิน และประชุม ศบค. ชุดใหญ่ 5 ประเด็นสำคัญที่น่าติดตามอยู่ที่ (1) การพิจารณาปรับลดจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เหลือ 24 จังหวัด (เดิม 29 จังหวัด) รวมทั้งพื้นที่อื่น (2) ปรับเวลาการเดินทางออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) เป็น 5 ทุ่ม ถึงตี 3 (23.00 น. ถึง 03.00 น.) (3) พิจารณาสูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้ คือฉีดแอสตร้าเซนเนก้าตามด้วยไฟเซอร์ (4) แผนการเปิดประเทศ ทั้งการพิจารณาแนวทางการเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวใน กลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ 10 ประเทศ แบบไม่ต้องกักตัว และ (5) แนวทางการเตรียมพร้อมรองรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ในวันที่ 1 พ.ย. และการอนุญาตเปิดสถานบันเทิง ในวันที่ 1 ธ.ค. ด้านราคาน้ำมันดิบที่ปรับลด เรามองเป็น Sentiment เชิงลบเพียงระยะสั้น ยังคงมุมมองเป็นบวกต่อ Oil play เช่นเดิม กลยุทธ์การลงทุน เรายังให้น้ำหนักหุ้นในกลุ่ม Domestic สัดส่วน 70% (เน้นลงทุน) และ Global play สัดส่วน 30% (เน้นเก็งกำไร)
  • รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ปรับเพิ่ม เพิ่มความกังวลต่อการที่เฟดจะปรับเพิ่มดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด – กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 0.4%MoM และเพิ่มขึ้น 5.4%YoY (คาดเพิ่มขึ้น 0.3%MoM และเพิ่มขึ้น 5.3%YoY) เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.3%MoM และเพิ่มขึ้น 5.3%YoY ด้าน CPI พื้นฐาน (ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.2%MoM และเพิ่มขึ้น 4.0%YoY (คาดเพิ่มขึ้น 0.2%MoM และเพิ่มขึ้น 4.2%YoY) เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 0.1%MoM และ เพิ่มขึ้น 4.0%YoY การปรับเพิ่มขึ้นของ CPI และ Core CPI เป็นผลมาจากต้นทุนผลิตภัณฑ์พลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับเพิ่ม 1.2%MoM และเพิ่มขึ้น 42%YoY เรามองประเด็นดังกล่าว จะสร้างแรงกดดันต่อภาพรวมการลงทุน เนื่องจากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ จะเพิ่มความกังวลต่อการท่ีเฟดจะปรับเพิ่มดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
  • IMF เปิดเผยรายงาน WEO ปรับลด World GDP ตามคาด – กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2564 ลงสู่ระดับ 5.9% (เดิม 6.0%) แต่ยังคงประมาณคาดการณ์ GDP โลก ปี 2565 ไว้เท่าเดิมที่ระดับ 4.9% นอกจากนี้ รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ของ IMF ยังระบุความเสี่ยงจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ คาดว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำ นอกจากนี้ IMF ได้มีการปรับประมาณการคาดการณ์ GDP ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย สหรัฐฯ และโดย IMF ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของจีน ปี 2564 สู่ระดับ 8% (เดิม 8.1%) อย่างไรก็ตาม IMF ยังมองว่าการใช้จ่ายด้านการลงทุนในภาครัฐฯ มีการขยายตัวรวดเร็วกว่าที่คาด ด้านสหรัฐฯ IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ ในปี 2564 ลงสู่ระดับ 6% (เดิม 7%) แต่ Downside ที่ยังมีโอกาสเกิดขึ้นจากความขัดแย้งในสภาคองเกรส เกี่ยวกับการผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Bipartisan Infrastructure Framework) ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน วงเงินรวม 1.2 ล้านล้านเหรีย
  • OPEC ปรับลดคาดการณ์ Demand ปี 64 เล็กน้อย แต่ยังคงคาดการณ์ปี 65 เราคาดกระทบ Oil Play เพียง ระยะสั้น – กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกปี 2564 ลงจากเดิม 5.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน (MBD) เหลือ 5.8 MBD อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของ Demand น้ำมันในปี 2564 เป็นผลจากข้อมูล Demand น้ำมันที่แท้จริงในช่วง 9M64 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ Oil Monthly Report ล่าสุด (ต.ค. 64) ของ OPEC ยังสะท้อนภาพของ Demand น้ำมันท่ีแข็งแกร่ง จากส่วนต่าง World oil demand กับการผลิตของ Non-OPEC ในช่วง 4Q64 สูงถึง 29.36 MBD (Call on OPEC) ขณะที่แผนการผลิตน้ำมันของ OPEC จะอยู่ที่ 28.13 MBD ทำให้ช่วง 4Q64 ยังเป็นภาพที่ Demand สูงกว่า Supply ประมาณ 1.23 MBD ขณะที่ OPEC ยังคงมุมมองเดิมสำหรับปี 2565 โดย OPEC คาดการณ์ Demand น้ำมันในปี 2565 จะเพิ่มขึ้น 4.2 MBD ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงสะท้อนปัจจัยลบระยะสั้นจากการที่ IMF และ OPEC มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลก และความต้องการใช้น้ำมันดิบ เรามองเป็นผลลบเพียงระยะสั้น ภาพรวม Demand น้ำมันที่ยังคงแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปี 2564 จะทำให้หุ้นใน กลุ่ม Oil Play ยังคงน่าสนใจ
  • บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน – Earnings Preview: STA
  • มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,630-1,655 จุด หุ้นแนะนำปัจจัยทางเทคนิค – QH AKR และ KISS

CORE INVESTMENT

  1. Re-Opening (ซื้อขายระยะสั้น 1 เดือน) เลือก AOT BAFS AAV ERW SHR BEM และ WHA
  2. กำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว (ซื้อขายระยะสั้น 1-2 เดือน) เราเลือก KBANK BBL ADVANC CPF CPALL MAKRO BJC CRC และ HMPRO
  3. Oil Play (ซื้อขายระยะสั้น 1-2 เดือน) เราเลือก PTTEP PTTGC SPRC TOP และ IRPC
  4. Earnings Play (ซื้อขายระยะสั้น 1-2 เดือน) เราเลือก NER SONIC GPSC และ BCPG
  5. Growth Stock (ซื้อขายระยะกลาง 3-6 เดือน) เราเลือก PTTEP SONIC WHA AMATA PACO HANA KCE PJW KWM BDMS CBG PTG MGT APURE และ FSMART
  6. Dividend Play (ซื้อขายระยะยาว มากกว่า 6 เดือน) เราเลือก KKP TCAP TASCO PSH TISCO SPCG SC WHAUP CTW ORI RATCH TVO TTW และ SPALI
  7. DCA – หุ้นสะสมระยะยาว (ซื้อขายระยะยาว มากกว่า 1 ปี) เราเลือก AOT BEM ADVANC WHA LH CPALL CPF BDMS HMPRO KBANK และ KKP

ตลาดต่างประเทศ (อินโฟเควสท์):

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,377.81 จุด ลดลง 0.53 จุด (-0.00%) ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,363.80 จุด เพิ่มขึ้น 13.15 จุด (+0.30%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,571.64 จุด เพิ่มขึ้น 105.71 จุด (+0.73%) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับลดลงเล็กน้อย หลังปรับลดลงมากถึง 100 จุดในช่วงแรก อันเนื่องมาจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เพิ่มข้ึนเกินคาดในเดือน ก.ย. ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร
  • ตลาดหุ้นยุโรป: ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 460.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.18 จุด (+0.70%) ตลาดหุ้นยุโรปปรับเพิ่มขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ผลประกอบการเชิงบวก และการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในยุโรป ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

สินค้าโภคภัณฑ์ (อินโฟเควสท์):

  • ราคาน้ำมันดิบ: สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย. ปิดที่ 80.44 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 20 เซนต์ (-0.3%) และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดที่ 83.18 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 24 เซนต์ (-0.3%) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปรับลดลง หลัง OPEC ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปี 2564 ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันน้ี
  • ราคาทองคำ: สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดที่ 1,794.7 เหรียญต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 35.4 เหรียญ (+2.01%) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปรับเพิ่มขึ้น จากการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำ หลังสหรัฐฯ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อท่ีสูงกว่าการคาดการณ์ รวมไปถึงปัจจัยบวกต่อราคาทองคำจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ท่ีปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้
  • ราคาถ่านหิน: ราคาถ่านหินตลาดล่วงหน้า (Newcastle) ส่งมอบเดือน พ.ย. 64 ล่าสุด ปิดที่ 255 เหรียญต่อตัน ลดลง 5 เหรียญ (-1.92%)
  • ค่าระวางเรือ: Baltic Dry Index (BDI) ล่าสุดปิดที่ 5,206 จุด ลดลง 172 จุด (-3.2%)

ข่าวอื่นๆ

  • BGC รับอานิสงส์ความต้องการใช้ขวดแก้วเพิ่มขึ้น หลังรัฐไฟเขียวร้านค้าสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ วันที่ 1 ธ.ค. 2564 หนุนผลประกอบการไตรมาส 4/2564 กลับมาเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรกปีน้ี ต่อเนื่องถึงปี 2565 ผลประกอบการจะเติบโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และบริษัทมีการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม (ทันหุ้น)
  • SYNEX ดึง SCB 10X ร่วมลงทุนในบริษัท SWOPMART รุกตลาดอีคอมเมิร์ซแบบเต็มสูบ พร้อมพัฒนา “SWOPMART” แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าด้านไอทีมือสองโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ และออกใบรับรองคุณภาพสินค้า ทุกชิ้น สร้างความมั่นใจ ซื้อง่าย ขายสะดวก ในราคาที่เหมาะสม (ทันหุ้น)
  • JKN ปั้นอาณาจักรสู่ Content Comerce Company ต่อยอดคอนเทนต์ระดับโลกช่อง JKN18 หวังดันเรตติ้งติด 1 ใน 10 หนุนกลุ่มธุรกิจ Commerce ให้แข็งแกร่ง พร้อมวางแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีสารสกัดจากกัญชง ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้ามากกว่า 50 รายการ ภายในปี 2565 ย้าเป้าหมาย 3 ปี ปั๊มรายได้รวม 5,000 ล้านบาท (ทันหุ้น)
- Advertisement -