Update ผลประกอบการกลุ่มธนาคารงวด 3Q64 // US Bond yield 10Yr. ปรับตัวข้ึน

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ปิดที่ระดับ 1,637.55 จุด เพิ่มขึ้น 7.16 จุด (+0.44%) มูลค่าการซื้อขาย 67,918.45 ล้านบาท รีบาวด์ขึ้นมาได้หลังปรับตัวลงแรงเมื่อวาน โดยมีแรงซื้อกลับหุ้น Big Cap และเป็นการปรับขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศแม้ยังไม่มีปัจจัยใหม่

แนวโน้ม SET Index วันนี้

คาดกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET วันนี้จะแกว่งตัวในกรอบ 1,626 -1,647 จุด เน้นยืนเหนือเส้นกลาง Bollinger band ที่ 1,626 หากต่ำกว่าจะเริ่มเห็นความเสี่ยงการกลับตัวลง ขณะที่มีประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • ผลประกอบการกลุ่มธนาคารงวด 3Q64 ที่ออกมาแล้ว ได้แก่ TISCO KTB KKP TTB ออกมาค่อนข้างดี เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการตั้งสํารองที่เริ่มทรงตัว/ลดลง แม้คุณภาพลูกหนี้จะยังมีความเสี่ยงสูงอยู่ตามภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง รวมถึงแนวโน้ม 4Q64-65F มองว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ทั้งสินเชื่อ Loan Yield และ NIM  ขณะที่ยังได้ปัจจัยบวกจากการขยายแผนการลดเงินส่ง FIDF ไปอีก 1 ปี ทำให้ CoF ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนการตั้งสำรองมองว่าธนาคารสวนใหญ่ได้ตั้ง Credit cost ไว้สูงมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา ผ่าน management overlay จึงทำให้แนวโน้มในอนาคตจะทรงตัว ด้าน NPL ratio ยังเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ประเมินว่าจะดีขึ้นตามลำดับหลังเปิดประเทศ ส่วนวันนี้ติดตามการประกาศงบของ KBANK BAY และ SCB เราแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุน Top pick เราชอบ KBANK TISCO KKP
  • ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูงหลังสหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางตลาดที่คาดว่าเพิ่มขึ้น โดยราคายังได้แรงหนุนจากความต้องการใช้พลังงานของจีน, การที่ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าหันมาใช้น้ำมันดิบและน้ำมันดีเซลหลังการพุ่งขึ้นของราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ, อุปสงค์น้ำมันที่พุ่งขึ้นจากการเปิดเศรษฐกิจของหลายประเทศ มองเป็นบวกต่อ PTTEP PTTGC IRPC
  • US Bond yield 10Yr. ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดที่ 1.67% ทำนิวไฮในรอบ 5 เดือน ภายหลังการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งจะทำให้นักลงทุนมีความหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และผลักดันให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น ซึ่งจะทำให้เฟตอาจปรับลดวงเงิน QE และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด นอกจากนี้ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาดยังได้สะท้อนผ่านการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงของสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Bitcoin ที่ล่าสุดปรับตัวขึ้นแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว
  • สัปดาห์หน้าติดตามการประชุม ECB, GDP 3Q64 ของสหรัฐ และการรายงายงบ 3Q64 ของภาค real sector เช่น DTAC DELTA SCC SCGP PTTEP

เคาะไปคุยไป

BCH

Investment Highlights

  • BCH ได้อานิสงส์บวกตอบรับวัคซีนโมเดอร์นาเข้าล็อตแรกกลาง ต.ค. ซึ่งทยอยส่งมอบสัปดาห์ละ 3 แสนกว่าโดส ต่อเนื่องใน 4Q64 คาดจบดีลไม่เกิน มี.ค. 65 ทำให้ BCH มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น
  • ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 80-100% เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตราว 10-15% ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานปีนี้จะทําสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งปัจจัยหนุนสำคัญมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศที่ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง ทำให้การบริการตรวจและรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มีมากขึ้น
  • สำหรับภาพรวมในปี 65 บริษัทยังมั่นใจว่าทิศทางของรายได้ยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากบริการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาทั้งรุ่นแรกในช่วงครึ่งปีแรกและวัคซีนรุ่นที่สองในช่วงครึ่งปีหลัง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามารับการฉีดวัคซีนจะเป็นเข็มบูสเตอร์ทำให้รายได้จากการฉีดวัคซีนยังคงเข้ามาต่อเนื่อง

Investment Strategy

แท่งเทียนสีขาวยาวกลับตัวขึ้นจากกรอบแกว่งตัวออกด้านข้าง หรือฐานราคาบริเวณ 20.70-20.30 ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณชี้นำระยะสั้นทดสอบยืน 20.70 ได้มั่นคง แนวโน้มบวกต่อรูปแบบ V-Shape ขาขึ้น แนวต้านจุดสูงแท่งเทียนคู่ 21.20 ผ่านยืนเป็นสัญญาณซื้อ รูปแบบแนวต้านจุดทดสอบ 21.90/23.00

คําแนะนําของ ASL

กรณี “มีหุ้น” ถือเพิ่มการลงทุน / แนวต้าน 21.20/22.40 มีโอกาสทดสอบ

กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 20.70/20.20 ไม่ควรต่ำกว่า

กระแสข่าวหุ้น

ประเด็นบวก

  • AAV เพิ่มทุน 1.4 หมื่นล้าน ออกหุ้นใหม่ ขาย PP-RO: AAV ฝ่าวิกฤติโควิด -19 ประกาศเพิ่มทุน 14,000 ล้านบาท เสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 8,000 ล้านหุ้น ในราคาขาย 1.75 บาท แบ่งจัดสรร PP จํานวน 5,028 ล้านหุ้นบิ๊กเนมตบเท้าเพิ่มทุนนำโดย “AAA- แอมป์พิธาน-บี PLANB- บอย SKY- เสี่ยป้อมอีซูซุ ส่วนอีก 1,714 ล้านหุ้นจัดสรรให้ RO และอีก 1,257 ล้านหุ้น รองรับหุ้นกู้แปลงสภาพ (CB) ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้น 26 พ.ย. นี้ คาดปรับโครงสร้างถือหุ้นแล้วเสร็จไตรมาส 2/65
  • IRPC ขาขึ้นเต็มตัว ดีทั้งโรงกลั่นปิโตรฯ โบรกฯ ชี้ Q3 กำไรทะลุ 2 พันล้าน โต 37%: “ไออาร์พีซี “เผยทิศทางธุรกิจโรงกลั่นฯ ปิโตรเคมีขาขึ้น รับความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้นยาวไปถึงปีหน้า เตรียมเพิ่มกำลังการกลั่นเป็น 1.95 แสนบาร์เรล/วัน ในไตรมาส 4 นี้ ฟากโบรก-คาดไตรมาส 3/64 โชว์กำไรสุทธิ 2.1 พันล้านบาทโตกว่า 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
  • SYNEX งบโค้งท้ายพีครุกอีคอมเมิร์ซเต็มสูบ: SYNEX เล็งเปิดประเทศหนุนยอดขายไอทีพุ่งแถมดึง “เอสบีเท็นเอกซ์ ” ร่วมลงทุนใน SWOPMART รุกตลาดอีคอมเมิร์ซแบบเต็มสูบ เสริมแกร่งธุรกิจเพิ่มบอสหญิง “สุธิดา” ส่งซิก Q4/2564 ผลงานพิครับดีมานด์พุ่ง-ไอโฟน 13 หนุน
  • SPALI ปั๊มยอดขายโค้งท้ายเปิดคอนโด 4 โครงการรวด: SPALI ภาพรวมตลาดคอนโดไตรมาส 4/2564 ทยอยกลับมาฟื้นตัว ผู้ประกอบการรายใหญ่เตรียมกลับมาเปิดคอนโดอีกครั้ง ปลุกตลาดกลับมาคึกคัก ขณะที่ลุยเปิด 4 โครงการใหม่มูลค่า 2.74 พันล้านบาท โกยยอดขายโค้งท้ายพร้อมโชว์ Backlog รวม 3.6 หมื่นล้านบาท คาดรับรู้ไตรมาส 4/2564 ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท มั่นใจรายได้ตามนัด 2.8 หมื่นล้านบาท

ประเด็นลบ

  • ควิดยังแรง -IMF ลดการเติบโตเอเชียปีนี้เหลือ 6.5% คาดเศรษฐกิจไทยโตปีนี้เพียง 1.0% ส่วนปีหน้าโต 4.5% : “ไอเอ็มเอฟ” ลดประมาณการเติบโตของเอเชียปีนี้เหลือ 6.5% จากเดิมคาดการณ์ไว้ 7.6% ชี้โควิดยังคงสร้างความเสียหายต่อภูมิภาค แต่ระบุเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่โตเร็วสุดในโลก ในปีนี้สำหรับเศรษฐกิจไทยไอเอ็มเอฟลดประมาณการทั้งปีนี้และปีหน้า โดยคาดว่าปีนี้จะโตเพียง 1.0% จากที่คาดไว้ในเดือน เม.ย. 2.6% และคาดโต 4.5% ในปีหน้าจากที่คาดไว้ 5.7%

XD Event

Today –

Tomorrow NNCL (0.06 Baht)

GLOBAL MARKET

สหรัฐฯ

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ขณะที่ดัชนี S&P500 ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็น วันที่ 6 เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งการพุ่งข้ึนของราคาบิตคอยน์

ยุโรป

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก ที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขานรับการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของ บริษัทจดทะเบียนในยุโรป โดยหุ้นกลุ่มบริษัทอาหารได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่ แข็งแกร่งของบริษัทเนสท์เล่

น้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบ ลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มข้ึน ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันใน สหรัฐยังคงแข็งแกร่ง

ทองคำ

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ นอกจากนี้ความ กังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เกิดข้ึนทั่วโลกยังส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ภาวะตลาดเงิน

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงิน ปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าติดต่อกันวันที่ 2 หลังจาก ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่งสัญญาณปรับข้ึนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

Source : NewsCenter

- Advertisement -