บล.ทิสโก้:

บมจ. บีอีซี เวิลด์ ปรับอัตราค่าโฆษณา ขยายเวลา primetime

สรุปจากการประชุมนักวิเคราะห์ (23/02/22) บริษัทมองภาพรวมรายได้ปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง จากเป็นผู้นำธุรกิจทีวีและสื่อบันเทิงแบบครบวงจรจากการใช้กลยุทธ์ “Single Content Multiple Platforms” สร้างรายได้ในหลายช่องทางทั้ง ทีวี, Digital platform และขายคอนเทนต์ไปต่างประเทศ (Global content licensing)

  • วางแผนปรับอัตราค่าโฆษณาและขยายเวลาออกอากาศ ตั้งแต่เดือน เม.ย. 22 สำหรับรายการ ที่มีเรตติ้งและอัตราการใช้สื่อโฆษณาสูง เช่น รายการข่าวและละครในช่วง primetime และตั้งเป้ารายได้ในส่วน Digital platform และ Global content licensing ที่ 1,000 ล้านบาท โดยมีรายการละครออกอากาศคู่ขนาน simulcast 3 เรื่อง และ finish program 10 เรื่อง
  • ขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มบันเทิงมากขึ้นในปีนี้ ได้แก่ 1) การทำภาพยนตร์ร่วมกับ M Picture บริษัทวางแผนผลิตภาพยนตร์ปีละ 3-5 เรื่องในสถานการณ์ปกติ และปลายปีนี้จะมี 1 เรื่อง “บัวผัน ฟันยับ” ตั้งเป้าหมายรายได้เรื่องนี้ 100-300 ล้านบาท 2) ธุรกิจมิวสิค ศิลปินคนแรก “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” อัลบัม Babyboo มียอดวิวกว่า 4.3 ล้านวิว ในปีนี้มีแผนเปิดตัว 4-5 ศิลปิน สร้างผลงาน 10-12 เพลง 3) งานบริหารศิลปินและกิจกรรมมีแผนพัฒนาศิลปิน โดยบริษัทมีศิลปินกว่า 300 คน ที่สามารถต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ ได้นอกเหนือจากละคร
  • บริษัทยังคงมีการบริหารจัดการควบคุมต้นทุน จากการบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วยลดลง 5-10% และในช่วง low season ยังคงใช้คอนเทนตรีรันเพื่อลดต้นทุน และจะเริ่มคอนเทนต์ละครใหม่ในช่วงเวลา primetime ที่ทำรายได้มากกว่าคอนเทนตรีรันเท่าตัว บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณานโยบายการจ่ายเงินปันผลและแผนการลงทุน คาดกลางเดือน มี.ค. 22 จะรู้ผล

ปรับประมาณการเพิ่มขึ้น จากการขยายเวลาช่วง primetime และการปรับอัตราค่าโฆษณา

แนวโน้มกำไรสุทธิ 1022F คาดเพิ่มขึ้น YoY จากการบริหารควบคุมต้นทุน แต่อ่อนตัว QoQ จากช่วง low season ในเดือนม.ค. และก.พ.เริ่มดีขึ้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิ 2022-23F เพิ่มขึ้นจากเดิม 18% และ 14% ตามลำดับ คาดกำไรสุทธิปี 2022-23F อยู่ที่ 1,150 ล้านบาท (+51%YoY) และ 1,342 ล้านบาท (+17%YoY) จาก 1) จากคาดอัตราการใช้สื่อโฆษณาอยู่ที่ 70% ตามลำดับ อัตราค่าโฆษณาอยู่ที่ 88,000-94,200 บาท/นาที จากการคาดสถานการณ์ COVID-19 ผ่อนคลาย และการออกคอนเทนต์ใหม่ และการปรับราคาและขยายเวลาในการออกอากาศ คาดรายได้จาก Digital Platform ปีนี้ 1,000 ล้านบาท และปีถัดไป +15% จากคาดรายได้ digital content ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม OTT platform และการขยายประเทศใหม่ๆมากขึ้น คาดอัตรามาร์จิ้นเพิ่มขึ้นตามรายได้เพิ่มและการปรับโครงสร้าง ธุรกิจควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท จากเดิม 16.50 บาท

คาดผลประกอบการ BEC เติบโตจากการขยายธุรกิจและคอนเทนต์ที่เป็นที่นิยม และแพลตฟอร์มออนไลน์ และการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น บริษัทมีสถานะการเงินแข็งแกร่งเป็นเงินสดสุทธิ (net cash) เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นตามการปรับประมาณการอยู่ที่ 19.5 บาท จากเดิม 16.5 บาท เทียบเท่า PE22F ที่ 34X หรือ PEG 1X (eps growth 33% CAGR2y) อ้างอิงวิธี DCF (WACC 8%, T-growth 1%) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER22F อยู่ที่ 28X, คาด Dividend Yield 22F อยู่ที่ 3.2%

ความเสี่ยง : เศรษฐกิจส่งผลต่อการใช้จ่ายสื่อโฆษณา

- Advertisement -