Market Overview

Market wrap & Outlook

  • อังคารที่ผ่านมา ดัชนีฯ ดิ่งลงผิดคาด นำลงโดยหุ้น alpha เช่น FORTH FSMART CEYE DITTO TAKUNI ZIGA SE TVT PROEN และหุ้นใหญ่ เช่น BDMS ADVANC PTTEP ส่วนหุ้นบวกสวนตลาด ได้แก่ SCB AWC AAV และบวกแรก เช่น CMAN TSR UMS ALL
  • วันนี้คาดดัชนี Range bound วันนี้คาดเฟดช่วยชุบชีวิตตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง หลังผลประชุมดูจะเบากว่าที่ตลาดประเมิน (กังวล) (ดูรายละเอียดผลการประชุมด้านล่าง What to watch) สำหรับหุ้นแนะนำในเชิงกลยุทธ์ เรายังคงเน้นเก็งหุ้น Commodity และ Events play อย่างที่เรียกซื้อในรายงานกลยุทธ์ประจำสัปดาห์

What to watch

  • เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.50% สู่ระดับ 0.75% – 1.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ศ. 2543 และเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี
  • คณะกรรมการเฟดมีความเห็นว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% ในการประชุม 2 ครั้งข้างหน้า อย่างไรก็ดี ขณะนี้คณะกรรมการเฟดยังไม่ได้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงถึง 0.75%
  • เฟด เผยแผนทยอยปรับลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิ.ย. ซึ่งงบดุลดังกล่าวประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) โดยขณะนี้มีมูลค่ารวม 8.9 ล้านล้านดอลลาร์
  • ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เฟดจะลดขนาดงบดุลในวงเงิน 4.75 หมื่นล้านดอลลาร์/ เดือน โดยจะปล่อยให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และตราสารหนี้ MBS วงเงิน 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ครบอายุในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม และหลังจากนั้น 3 เดือน เฟดจะเพิ่มการลดขนาดงบดุลเป็น 9.5 หมื่นล้าน ดอลลาร์/เดือน โดยจะปล่อยให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และตราสารหนี้ MBS วงเงิน 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ครบอายุในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม
  • MS คาดดอกเบี้ยเฟด จะ Peak out เร็วขึ้น 1 ไตรมาส โดยคาดปีนี้ดอกเบี้ยขึ้น 0.5% อีกในเดือน มิย.และ กค. และอีกครั้งละ 0.25% จบสิ้นปีนี้ที่ 2.625% (กรอบล่าง 2.5 – บน 2.75%) และปี 2023 ขึ้นอีก 2 ครั้ง ภายใน 1Q23 จบที่ 3-3.25%

หุ้นแนะนำวันนี้

  • MAJOR คาดหนังใหญ่ทําเงินของค่าย Marvel ช่วงที่เหลือของปีที่เรียงเป็นซีรีย์ ยังคงเป็นที่นิยมของตลาด และสร้างรายได้เติบโตให้กับ MAJOR ในปีนี้
  • NBC แนวรับ 2.06 ต้าน 2.4 stop loss 2
  • TOP แนวรับ 56 ต้าน 59 stop loss 55 (ยิ่งเห็นคนบินเยอะทำไรยิ่งบวกต่อโมเมนตั้มนํ้ามันเครื่องบิน)

Technical Daily

หัวข้อ: SET ลงลึก (or) ไม่ลึก! แนะนำ ซื้อ

  • CPALL  แนวรับ 64-65 แนวต้าน 68-70 (stop loss < 63)
  • AAV  แนวรับ 2.86-2.9 แนวต้าน 3.2-3.3 (stop loss < 2.8)
  • CPF  แนวรับ 23.8-24 แนวต้าน 25.5-26 (stop loss < 23.6)

Global Investing News

Apple (AAPL) เผยความคืบหน้าในธุรกิจผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (Apple Car) โดยได้ทาบทาม Desi Ujkashevic ผู้อำนวยการ Global Automotive Safety Engineering Office จาก Ford Motor (F) มาร่วมงานด้วย พร้อมเผยว่าโครงการ Apple Car อาจถูกเรียกว่า Project Titan เนื่องจากบริษัทวางแผนที่จะใช้วัสดุไททาเนียมในการผลิต และราคารถอาจสูงมากกว่า 100,000 โดยจะจัดอยู่ในกลุ่มรถหรู นอกจากนี้ Apple ยังจะใช้โรงงานผลิต Foxconn เช่นเดียวกับที่ผลิต iPhone และคาดว่าจะเปิดตัว Apple Car ใต้ภายในสิ้นปี 67

GLOBAL MARKETS

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

3 ดัชนีหลักปิดบวกทั้งในคืนวันอังคารและเมื่อคืนนี้ นำโดย Caterpillar (CAT) +4.2%, Apple (AAPL) +4.1% และ Starbucks (SBUX) +9.8% ขณะที่ Fed มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยที่อัตรา 0.5% ในการประชุมเดือน พ.ค. เป็นไปตามที่ตลาดคาด โดยเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 20 ปี นอกจากนี้ยังเผยแผนทํา QT ที่จะเริ่มตั้งแต่ มิ.ย. เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี เจอโรม พาวเวล ประธาน Fed ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่อัตรา 0.5% ในการประชุมอีก 2 ครั้งข้างหน้า พร้อมเผยว่าทางคณะกรรมการยังไม่มีการพิจารณาถึงการปรับขึ้นที่ระดับ 0.75%

ตลาดหุ้นฮ่องกง

ดัชนีฮั่งเส็งปิดลบ 1.1% วานนี้ จากที่ปิดทรงตัวในแดนบวกเมื่อวันอังคาร นำโดย Meituan (3690) -4.6% หลังมีข้อมูลเผยจากบริษัทว่าหนึ่งในกรรมการของบริษัทได้มีการขายหุ้นราว 43 ล้านหุ้นใน เดือน เม.ย. สร้างความกังวลต่อตลาด เนื่องจากเป็นการบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อแนวโน้มธุรกิจในอนาคต แม้จะมีปัจจัยบวกต่อการยุติการจัดระเบียบ จากการประชุม Politburo เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ส่งสัญญาณว่ากำลังเข้าใกล้จุดจบแล้ว ด้านหุ้นเทศฯ อื่นปรับตัวลงเช่นกัน JD.com (9618] -4.1%, Alibaba (9988) -3.7% และ Tencent (0700) -31% ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเซี่ยงไฮ้ลดลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลท้องถิ่นอนุญาตให้กิจกรรมการผลิตกลับมาดำเนินการได้ เพิ่มเติม

ตลาดหุ้นเวียดนาม

ดัชนี VN ปิดลบ 1.3% วานนี้ หลังจากหยุดทำการไปเมื่อวันที่ 2-3 พ.ค. นำโดย VCB -1.2%, VNM -2.3%, HPG -3% และ MSN -2.5% ในขณะเดียวกันการล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้และเมืองบางแห่งของจีน ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของเวียดนาม หลังจีนเป็นตลาดส่งออกของเวียดนามที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ  เนื่องจากสินค้าที่ส่งผ่านตู้คอนเทนเนอร์จากเวียดนามต้องรอนานกว่า 12 วัน จึงจะมีการส่งต่อผ่านไปยังจีน อีกทั้งยังส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งยังพุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่า จากปีก่อนมาอยู่ที่ VND7,500 กิโลกรัม

- Advertisement -