บล.เอเซีย พลัส:

เสี่ยงถูกปรับประมาณการลง

งวด 1Q65 ขาดทุนสุทธิ 71 ล้านบาท เกิดจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่ลดลง หลังการรับงานใหม่ขาดช่วง และมีอัตรากำไรลดต่ำลงมาก ขณะที่ธุรกิจ Service Apartment ยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่มาก ภาพรวมธุรกิจปีนี้เหนื่อย  ท่ามกลางภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมก่อสร้างอาคารสูงที่รุนแรง ทำให้ SYNTEC ต้องปรับกลยุทธ์หันไปรับงานภาครัฐ แม้มีอัตรากำไรมากก็ตาม ส่วนธุรกิจ Service Apartment คาดหวังทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามภาคท่องเที่ยวใน 2H65

อัตรากำไรปีนี้ที่ถูกกดดันจากงาน Margin ต่ำ ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงเรื่องต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ SYNTEC มีความเสี่ยงต้องถูกปรับลดประมาณการลงอีก แนะนำ Switch ไป STEC (FV@Bt 18) ที่คาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรได้เร็วกว่า ประเมิน FV ที่ 2.00 บาท อิง PBV 0.56 เท่า

งวด 1Q65 ขาดทุนสุทธิ 71 ล้านบาท

งวด 1Q65 ขาดทุนสุทธิ 71 ล้านบาท แม้มีตัวช่วยสำคัญจากการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 74 ล้านบาท ปัจจัยกดดันมาจากรายได้ธุรกิจก่อสร้างที่ทำได้เพียง 847 ล้านบาท ลดลง 44%YoY เนื่องจากงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเริ่มต้นและช่วงท้ายโครงการ จึงรับรู้เป็นรายได้ไม่มากนัก ขณะที่ gross margin ก่อสร้างติดลบ 3.5% จากต้นทุนที่วิ่งเร็วกว่า รายได้ในช่วงแรกของงานก่อสร้าง อีกทั้งงานใหม่ที่รับมาช่วงหลังมีอัตรากำไรต่ำลง ธุรกิจ Service Apartment มีรายได้ 88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26%YoY และมี gross margin 6.2% แม้ดีกว่าช่วงที่โควิดระบาดหนัก แต่ยังต่ำกว่าปกติที่เคยทำรายได้มากกว่า 110 ล้านบาท

คาดหวังจะเห็นรายได้ก่อสร้างทยอยฟื้นตัว แต่ยังต้องระวังเรื่องอัตรากำไร

หลังผ่านช่วงแรกของงานก่อสร้างไปแล้ว ประกอบกับการเริ่มงานก่อสร้างศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะเฟส 2 ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดใน Backlog ในเดือน เม.ย คาดหวังจะเห็นรายได้ก่อสร้างเร่งตัวดีขึ้นตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรของงานศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะที่ต่ำมาก เนื่องจาก SYNTEC ชนะประมูลต่ำกว่าราคากลางถึง 12% ประกอบกับทิศทางราคาเหล็กเส้นและคอนกรีตที่ปรับตัวสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดัน Gross margin ปีนี้ ให้อยู่ในระดับต่ำเพียง 6-9% เทียบกับอดีตที่ SYNTEC เคยทำได้มากกว่า 10%

คงคำแนะนำ Switch ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 2.00 บาท

ธุรกิจหลักทั้งก่อสร้างและ Service Apartment ยังถูกกดดันอย่างน้อยถึงกลางปี 2565 ทำให้ขาดความน่าสนใจเรื่อง Earning Momentum และมีความเสี่ยงต้องถูกปรับลดประมาณการลงอีก ฝ่ายวิจัยแนะนำ Switch ไป STEC (FV@Bt 18) ที่คาดหวังจะเห็นการฟื้นตัวได้เร็วกว่า ประเมิน FV 2.00 บาท อิง Historical PBV 10Y -1SD ที่ 0.56 เท่า

ประเด็นความเสี่ยง

1. ภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การรับรู้รายได้งานก่อสร้างอาจไม่เป็นไปตามแผน เนื่องจากคำสั่งควบคุมของภาครัฐ

2. ต้นทุนวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะราคาเหล็กเส้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจะกระทบความสามารถในการทำกำไร รวมถึงภาวะการขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจทำให้ต้นทุนแรงงานปรับตัวสูงขึ้นได้

3. การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นทุก 1 บาท/วัน จะทำให้ SYNTEC มีต้นทุนเพิ่ม 2.5 ล้านบาท/ปี

SYNTEC แนะนํา : Switch

ราคาปัจจุบัน (บาท) 1.63

ราคาเป้าหมาย (บาท) 2.00

Upside (%) 22.83

Dividend Yield (%) 3.68

- Advertisement -