บล.เอเซีย พลัส:

1Q65 ฟื้นจากค่าใช้จ่ายลด

กำไรปกติ 1Q65 อยู่ที่ 259 ล้านบาท เติบโต 20% QoQ (-18% YoY) จากสัดส่วน SG&A/Sales และ Effective tax rate ลดลง ชดเชยยอดขายและมาร์จิ้นอ่อนตัว โดยรวมกำไร 1Q65 คิดเป็นสัดส่วน 26% ของประมาณการทั้งปี คาดหวังพัฒนาการของมาร์จิ้นดีขึ้นช่วงที่เหลือของปี จากการเริ่มปรับราคาขายกับผู้ผลิตรถยนต์ คงแนะนำ ซื้อ มองสถานะการเงินเป็น Net cash ราว 3.5 พันล้านบาท จึงคาดหมายการจ่าย Div Yield ราว 6% – 7%

กำไรปกติ 1Q65 อยู่ที่ 259 ล้านบาท เติบโต 20% QoQ (-18% YoY) จากสัดส่วน SG&A/Sales ลดลงมาที่ 8% จาก 8.2% งวด 4Q64 (1Q64 ที่ 8.9%) และ Effective tax rate ลงมาที่ 9.1% เทียบกับ 18.3% งวดก่อน (1064 ที่ 9.8%) จากการสอบถามไปยังบริษัทฯ มาจาก Tax loss carry forward ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นครั้งเดียว ทำให้ภาพรวม Effective tax rate ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 13% เทียบกับสมมติฐานฝ่ายวิจัยที่ 18%

ด้านยอดขายเท่ากับ 2.3 พันล้านบาท ลดลง 0.4% QoQ จากการขาย บ.ย่อย นิปปอน คิไค เอนจิเนียริ่ง ตั้งแต่ 4Q64 ทำให้ไม่ได้รับรู้รายได้จาก บ.ย่อย ตั้งแต่ 1Q65 หากเทียบ YoY เติบโต 5.5% เป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดผลิตรถยนต์ไทยฟื้น 3% YoY (+1% QoQ) ขณะที่ Gross Margin เท่ากับ 17.9% อ่อนตัวจาก 18.1% งวด 4Q64 และ 21.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอย่างเหล็กและสารเคมีในงาน Casting สูงขึ้น แต่การส่งผ่านราคาไปยังผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ทำได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

โดยรวมยอดขายและกำไรปกติ 1Q65 คิดเป็นสัดส่วน 26% ของประมาณการทั้งปีฝ่ายวิจัย ที่ 9.2 พันล้านบาท (+7% YoY) และ 1 พันล้านบาท (+3% YoY) ตามลำดับ ในขณะที่สัดส่วน SG&A/Sales ยังสอดคล้องกับสมมติฐานทั้งปีที่ 8.6% แต่ Gross Margin ยังฟื้นตัว ช้าและต่ำกว่าสมมติฐานที่ 19.6% ซึ่งการส่งผ่านการราคาไปยัง OEM จะเริ่มเห็นชัดขึ้นตั้งแต่ 2Q65 รวมถึงออเดอร์ใหม่ที่ทยอยรับรู้ตั้งแต่ 2Q ช่วยลดอัตราการอ่อนตัวของ ยอดขายและกำไร QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low Season จึงคงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 1 พันล้านบาท (+3% YoY) ทั้งนี้ SAT จะจัดการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 18 พ.ค. 65 คงแนะนำ ซื้อ อิง PER 10 เท่า ให้ FV ที่ 24 บาท มองสถานะการเงินเป็น Net cash ราว 3.5 พันล้านบาท จึงคาดหมายการจ่าย Div Yield ราว 6% – 7%

SAT แนะนํา : ซื้อ

ราคาปัจจุบัน(บาท) : 17.60

ราคาเป้าหมาย(บาท) : 24.00

 

- Advertisement -