บล.กสิกรไทย:
SCC: ความไม่แน่นอนยังคงสูงในครึ่งหลังปี 2568
- SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 1.1 พันลบ. ดีกว่าที่เราคาดและตลาดคาด 57% จากการประหยัดต้นทุนตามการปรับโครงสร้างธุรกิจและเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลง
- สาระสำคัญจากงาน KS-C series: ครึ่งหลังของปี 2568 จะเผชิญความท้าทายจากผลกระทบของสงครามภาษี กลุ่มเคมียังคงผันผวน ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์จะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นราคภายในประเทศ วัสดุก่อสร้างจะได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาถูกจากจีน
- ค่าความนิยมติดลบจาก CAP จะสร้าง upside ต่อเงินปันผล ขณะที่การกลับมาดำเนินงานของ LSP จะบ่งชีถึงส่วนต่างราคาสูงสุดในระยะสั้น
- คำแนะนำ “ถือ” Target Price 155.00 บาท รอจังหวะการขายทำกำไรที่เหมาะสม คาดว่า 2Q68 จะเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดของปี
SCGD : อัตรากำไรที่ปรับตัวดีขึ้นจะช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลง
- SCGD รายงานกำไรไตรมาส 1/2568 ที่ 217 ลบ. (-16% YoY และ 172% QoQ) กำไรสูงกว่าประมาณการของเรา 31% หรือ 50 ลบ.
- บริษัทคาดว่าอุปสงค์กระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ในปี 2568 จะยังคงอ่อนแอ เนื่องจากการก่อสร้างภาคเอกชนในประเทศไทยที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตรากำไรจะยังอยู่ในระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
- บริษัทตั้งเป้าลดต้นทุน 100 ลบ.ในปี 2568 ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนและการลดเงินทุนหมุนเวียน รวมถึงมีแผนปรับปรุงสัดส่วนผลิตภัณฑ์โดยการขยายการผลิตสินค้า HVA และนำเข้าสุขภัณฑ์จากจีนที่มีราคาย่อมเยา
- คำแนะนำ “ซื้อ” Target Price 4.70 บาท ราคาเป้าหมายอิงจาก PER ที่ 10 เท่า โดยการเก็บภาษีของสหรัฐฯ อาจเพิ่มการแข่งขันจากสินค้าจีน
SCGP : กำไร 1Q68 ดีกว่าคาด มอง 2Q68 เชิงบวก
- SCGP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 900 ลบ. ลดลง 48% YoY พลิกจากผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/67 ผลลัพธ์ดีกว่าคาด 15%
- มุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกจะดำเนินต่อไปในไตรมาส 2/68 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเติมสต๊อกสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- เราปรับประมาณการกำไรปี 2568-70 ขึ้น 6% 5% และ 4% เป็น 4.1 พันลบ. 5.3 พันลบ. และ 6.0 พันลบ.
- คำแนะนำ “ซื้อ” Target Price 15.50 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรขึ้น 4-6% และการปรับเพิ่มตัวคูณมูลค่าหุ้น