บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Betagro (BTG.BK/BTG TB)*
ประมาณการ 2Q68F: จะเป็นพีคไตรมาสของปีนี้
Event: ประมาณการ 2Q68F
Impact
คาดกำไร 2Q68F จะทำจุดสูงสุดรายไตรมาสของปีนี้
เราคาดว่า BTG จะรายงานกำไรใน 2Q68F แข็งแกร่งที่ 2.4 พันล้านบาท (+275% YoY และ +24% QoQ) กำไรที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ จะเป็นเพราะการดำเนินงานโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงขึ้น โดยที่จะมีปัจจัยหนุนหลักจาก i) ราคาขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาหมู และ ii) ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ ลดลง หากกำไร 2Q68F เป็นตามเราคาด กำไรสุทธิ 1H68F น่าจะอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท (+744% YoY) คิดเป็น 63% ของประมาณการทั้งปีของเรา
การดำเนินงานทุกภาคส่วนดีขึ้น
รายได้จากการขาย 2Q68F เพิ่มขึ้น 15.7% YoY และ 3.9% QoQ อยู่ที่ 3.15 หมื่นล้านบาท หนุนจากปริมาณขายและราคาสูงขึ้น ขณะที่ รายได้ธุรกิจสุกรจะดีขึ้นจากราคาขายที่สูงขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 25% YoY และ 9% QoQ อยู่ที่ 86.4 บาท/กก. ส่วนธุรกิจไก่และอาหารสัตว์จะขยายตัวดีตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น ในแง่ GPM คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งอยู่ที่ 19.6% (+5.5ppts YoY และ +1.9ppts QoQ) ทำให้ GPM ใน 1H68F อยู่ที่ 18.7% นอกจากนั้น การควบคุมต้นทุนได้ดีต่อเนื่องน่าจะทำให้สัดส่วน SG&A/ยอดขายในไตรมาสนี้ลดลงอยู่ที่ 10.0% (-0.6ppts YoY และ -0.3ppts QoQ)
กำไรใน 3Q68F จะชะลอ QoQ
การที่ผลการดำเนินงานใน 2Q68F แข็งแกร่งมีความเป็นไปได้ที่กำไรจะทำจุดสูงสุดในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม จากราคาหมูล่าสุดเพิ่งลดลงอยู่ที่ 79-80 บาท/กก. (เทียบกับราคาเฉลี่ยที่ 86.4 บาท/กก. ใน 2Q68) ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อ GPM ในขณะที่ธุรกิจไก่น่าจะได้ประโยชน์จากการส่งออกดีตามฤดูกาลที่แข็งแกร่งขึ้นใน 3Q68F ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบได้เพียงบางส่วน ดังนั้น ในเบื้องต้นเราคาดว่ากำไร 3Q68F ของ BTG จะอ่อนตัวลง QoQ ส่วนใหญ่เกิดจาก GPM แคบลงและมีฐานกำไร 2Q68F ที่สูง แต่ยังน่าจะเติบโต YoY ได้ ในแง่ของการเจรจาทางการค้า บริษัทเห็นว่าการจะนำเข้าสุกรและไก่จากสหรัฐอเมริกามีโอกาสเกิดน้อย แต่ว่าการนำเข้าข้าวโพดจะเป็นไปได้
Valuation & action
เราคงประมาณการกำไรปี 2568F เช่นเดิมที่ 6.7 พันล้านบาท (+172% YoY) หนุนจากรายได้และอัตรากำไรที่ดีขึ้น แต่ในปี 2569F เราคาดว่ากำไรจะลดลง 39% YoY อยู่ที่ 4.1 พันล้านบาทบนสมมุติฐานที่ราคาเนื้อสัตว์และ GPM จะลดลง ทั้งนี้ เรายังคงคำแนะนำ “Underperform” หุ้น BTG ประเมินราคาเป้าหมาย 1H69F ที่ 15.70 บาท อิงจาก PE ที่ 5.6x (-1.5 S.D. ของคู่แข่งรายอื่นในกลุ่ม) เป็นเพราะ i) รายได้มากกว่า 55% มาจากธุรกิจสุกร ซึ่งราคาล่าสุดเพิ่งลดลง และ ii) แนวโน้มกำไรใน 2H68F และ ปี 2569F ยังไม่น่าตื่นเต้นนัก
Risks
ความผันผวนของต้นทุนอาหารสัตว์และราคาขาย, เศรษฐกิจชะลอตัว