รอติดตามผลประกอบการที่จะเริ่มทยอยรายงาน
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 594 จุด (+1.2%) ได้แรงหนนจากหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากการเข้าควบคุมเวเนซุเอลา ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.6% โดยที่มิได้มีปัจจัยอะไรที่มีนัยสำคัญในเชิงบวก
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจอย่างดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคผลิตจากสถาบัน ISM ที่ระดับ 47.9 ต่ำกว่าคาดการณ์จาก Bloombera Consensus ที่ 48.3 อาจสะท้อนถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก เพราะมุ่งเป้าไปที่ประเด็นด้านเวเนซุเอลา ประกอบกับยังคงคาดหวังกับเรื่องของ AI (หุ้นพลังงานอย่าง Exxon Mobil +2.2% , Chevron +5.1%) สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่พบว่ากดดันให้ US Bond Yield ทรงตัวแนวโน้มขาลงในระดับต่ำ ทั้งรุ่นอายุ 2 ปี บ่งชี้ว่าตลาดคาดหวังเกี่ยวกับปัจจัยด้านลดดอกเบี้ยของ FED ข้อมูลจาก CME FED Watch ล่าสุดให้น้ำหนักราว 17.2% ที่ FED จะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ม.ค. หลังจากนี้ประเมินว่านักลงทุนจะเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับเรื่องของผลประกอบการ 4Q25 ที่จะทยอยเริ่มรายงาน
เมื่อกลับมามองที่ปัจจัยในประเทศยังคงอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง ก่อนที่ช่วงต้นเดือน ก.พ. จะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง โดยวานนี้ SET INDEX ปิดบวก 1.6% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ขยับขึ้นมาในช่วง 4.5 หมื่นล้านบาท นับว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงปลายปีที่ 3 หมื่นล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม แรงหนุนหลักๆ มาจาก DELTA ที่มีผลต่อดัชนีร่วม 12 จุด ADVANC 1.8 จุด , AOT1.6 จุด ถือว่ายังค่อนข้างกระจุกตัว ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็ปรับขึ้นมาราว 10% จากจุดต่ำสุดล่าสุดก็เริ่มมองว่า Price In ปัจจัยบวกด้านปันผลไปพอสมควรแล้ว และจะเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการที่ 4Q มักจะเป็นช่วงที่ผลประกอบการไม่เด่น จึงเริ่มอาจระมัดระวังแรงขายทำกำไร คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1270 – 1285 อาจพักตัวบ้างจากวานนี้ที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างสูง และ Tech ในสหรัฐฯ เมื่อคืนพักตัวอาจกดดัน DELTA เชิงจิตวิทยา แต่ทั้งนี้ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน อาจเริ่มมองหาหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย ราคาหุ้นไม่แพง และเริ่มมีปันผลที่น่าสนใจ อาทิ นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) ค้าปลีก (CPALL HMPRO) การเงิน (MTC TIDLOR) ท่องเที่ยว (AWC BA) โรงพยาบาล (BDMS) ส่งออก (ITC TU)
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท)
กำไรสุทธิปี 2025 จะเติบโตอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+9% YoY) หมุนจาก 1) จำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลประทบต่อผลประกอบการปี ด้วยเพียงเลื่อนจากช่วงฤดูกาลสูงสุดเดิมในไตรมาส 3 มาเป็นช่วงใตรมาล 4 ทั้งนี้ คาดหนุนรายได้ใน 4Q25 เติบโต YoY จากฐานต่ำ 2) ไม่มีปัจจัยลบจากการลดเงินค่าโรคซับซ้อมที่มีต้นทุนสูง (Adj. RW>2) เหมือนเช่นในปี 2024 และ 3) การกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญใน 4Q25 หลังภาครัฐของประเทศคูเวตได้ชำระดินค่ารักษากว่า 240 ล้านบาท
ITC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 20.40 บาท)
มีปัจจัยบวกจากผลประกอบการงวด 3Q25 ที่ออกมาตีกว่าคาดเล็กน้อย เกิดจากยอดขายในกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง (Pet Treats) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และทำให้สัดส่วนสินค้าในกลุ่ม Premium มีสัดส่วนสูงถึง 55% สำหรัแนวโน้มในปี 26 ผู้บริหารตั้งเป้าเติบโตในระดับ 6-9% แม้จะดูต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ แต่จะได้รับผลดีจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นหลังจากสินค้าใหม่เป็นกลุ่ม Premium








