บล.บัวหลวง:

Commerce (Retail) Sector: Commerce NEUTRAL

ยอดขายสาขาเดิมขาดปัจจัยหนุนเน้นเลือกเป็นรายตัว

ยอดขายยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน โดยยังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่จะหนุนการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม กำไรในช่วงไตรมาส 4/68–1/69 จะหนุนโดยวินัยด้านต้นทุนและการบริหารสัดส่วนยอดขายมากกว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์ กลยุทธ์การลงทุนควรมุ่งไปที่หุ้นที่ได้อานิสงส์จากจำนวนผู้ใช้บริการ operating leverage และเงินปันผล โดยเราชอบ CPN มากที่สุดในกลุ่มฯ

ยอดขายสาขาเดิมยังคงลดลง: เดือน ธ.ค. ลดลง 5%

จากการตรวจสอบข้อมูลของเรา พบว่ายอดขายสาขาเดิมเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีก (ไม่รวม IT Retail) ในเดือน ธ.ค. ลดลง 5% หลังจากที่ลดลง 4% ในเดือนพ.ย. เนื่องจากการบริโภคยังคงอ่อนแอ ปัจจัยกดดันหลักมาจากการสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นภาครัฐ (“เที่ยวดีมีคืน” สิ้นสุดกลางเดือน ธ.ค. และผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ครบแล้ว) เหตุความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และอุทกภัยในภาคใต้

เมื่อพิจารณาแยกตามหมวดสินค้า กลุ่มสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านมียอดขายสาขาเดิมลดลงมากที่สุดที่ 7% รองลงมาคือ CRC ที่ลดลง 4% และกลุ่มสินค้าจำเป็นลดลง 2% ขณะที่ CPAXT (ผ่าน makro) มีความแข็งแกร่งมากที่สุด โดยยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 1% จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นของร้านโชห่วยและร้านอาหารรายย่อย ส่วน DOHOME ยังคงอ่อนแอที่สุด โดยยอดขายสาขาเดิมลดลง 13% เนื่องจากสาขาอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ซึ่งคิดเป็น 25% ของยอดขาย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา

ไตรมาส 4/68 อ่อนแอ: น้ำท่วม ชายแดน และช่วงไว้ทุกข์กดดันอุปสงค์

ตัวเลขระหว่างไตรมาสของเราบ่งชี้ว่ายอดขายสาขาเดิมเฉลี่ยในไตรมาส 4/68 ลดลง 4% YoY (จากการลดลง 3% ในไตรมาส 3/68) เนื่องจากอุทกภัยในภาคใต้ ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และช่วงไว้ทุกข์แห่งชาติจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง กลุ่มสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านปรับตัวช้ากว่ากลุ่มฯ โดยยอดขายสาขาเดิมลดลงในช่วง 4–9% นำโดย DOHOME และ HMPRO จากความล่าช้าของโครงการภาครัฐในต่างจังหวัด และการเลื่อนตัดสินใจลงทุนในโครงการสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งกดดันอุปสงค์ ในทางตรงกันข้าม CPAXT (ผ่าน makro) และ CPN ปรับตัวโดดเด่น โดย CPN มีจำนวนผู้ใช้บริการในสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 4% สอดคล้องกับผลสำรวจผู้บริโภคล่าสุดของเรา (EP4) ซึ่งชี้ว่าการใช้จ่ายที่จำเป็นและการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการรัฐยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่การใช้จ่ายด้านซ่อมแซมและตกแต่งที่อยู่อาศัยยังอ่อนแอ

ไตรมาส 1/69: ไม่มีปัจจัยหนุนยอดขายสาขาเดิม มาร์จิ้นเป็นประเด็นหลัก

เมื่อมองไปข้างหน้า เรายังไม่เห็นปัจจัยหนุนที่ชัดเจนต่อยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 1/69 การขาดมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ (“Easy e-Receipt 2.0” และ “Digital Wallet เฟส 2”) รวมถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง จะส่งผลให้รายได้ยังอยู่ภายใต้แรงกดดัน ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาอัตรากำไรมากกว่าการผลักดันปริมาณขาย ผ่านการบริหารสัดส่วนสินค้า การขยายสินค้าแบรนด์ของ
ตนเอง การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และการใช้ประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลง 6–7% YoY ซึ่งช่วยหนุน EBIT margins โดยตรง

CPN โดดเด่นในกลุ่มค้าปลีกที่ยังชะลอตัว

เรายังคงน้ำหนักการลงทุนต่อกลุ่มค้าปลีก (ไม่รวม IT Retail) เท่ากับตลาด และเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากจำนวนผู้ใช้บริการและมีแรงหนุนมาร์จิ้นชัดเจน โดยเราชอบ CPN มากที่สุด จากการเติบโตของกำไรจากศูนย์การค้าใหม่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว มาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นเชิงโครงสร้างจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง และอัตราเงินปันผลราว 4% CPALL เป็นตัวเลือกอันดับรอง จากการเติบโตของกำไร 7-Eleven ที่สม่ำเสมอ หนุนด้วยอัตรากำไรขั้นต้นและมีลักษณะ defensive

- Advertisement -