บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Thailand Energy Sector
แนวโน้มปี 2569 การเติบโตชะลอตัว แต่ราคาหุ้นอยู่ในระดับต่ำสุด
คงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่ม ชอบกลุ่มโรงกลั่นเป็นพิเศษ
เรายังคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่มพลังงานไทย แม้แนวโน้มการเติบโตจะค่อนข้างจำกัด (อัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 3.3% CAGR) แต่เห็นว่าระดับมูลค่าหุ้นน่าสนใจ โดยค่าเฉลี่ย P/BV เพียง 0.5 เท่า และหลายบริษัทซื้อขายต่ำกว่าระดับมูลค่าในช่วงโควิด ในกลุ่มนี้เรายังคงชอบกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันมากกว่า ซึ่งมีทั้งโอกาสการเติบโต มูลค่าที่น่าสนใจ และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง โดย SPRC เป็นหุ้นเด่นของเรา และในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ เราชอบ PTTEP มากกว่า
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบซบเซา แต่มุมมองค่าการกลั่นเป็นบวก
เรายังคงประมาณการราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ 65–66 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2569-70 และคาดว่าราคาจะมีฐานรองรับที่ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1) การเติบโตของอุปสงค์ยังแข็งแกร่งที่ 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2569 เทียบกับ 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2568 2) การเติบโตของอุปทานจากนอกกลุ่ม OPEC+ มีแนวโน้มชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ 3) ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้อุปทานลดลงจากที่คาด และ 4) OPEC+ แสดงท่าทีระมัดระวังต่อการเพิ่มกำลังการผลิต และอาจเข้ามาพยุงราคาน้ำมันหากจำเป็นในทางกลับกัน แนวโน้มค่าการกลั่น (GRM) ยังแข็งแกร่ง เราคงประมาณการ SG GRM ที่ 6.0/5.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569-70 การปิดกำลังการผลิตและการชะลอการเพิ่มกำลังการกลั่นใหม่ ทำให้อุปทานสุทธิของการกลั่นเพิ่มขึ้นเพียง 1.34 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงปี 2568-71 เทียบกับการเติบโตของอุปสงค์สะสมเกือบ 4 ล้านบาร์เรล/วัน มาตรการคว่ำบาตร และอุปทาน NGL ที่ลดลงอาจหนุน GRM ให้สูงขึ้น ขณะที่ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ลดลงช่วยเพิ่มกำไรให้โรงกลั่น
ความพยายามของกลุ่ม ปตท. ในการเสริมความแข็งแกร่งงบดุล
เราคาดว่าจะเห็นความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล ซึ่งแม้ไม่เพิ่มกำไรหรือมูลค่าโดยตรง แต่ช่วยหลีกเลี่ยงการถูกปรับลดอันดับเครดิตการขายสินทรัพย์ การออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ (perpetual bond) และการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจาก ปตท. ได้ช่วยเสริมงบดุลของ TOP, PTTGC และ IRPC รวมมูลค่า 1.58 แสนล้านบาทแล้ว แต่ยังอาจต้องมีเพิ่มเติม เรามองว่า TOP มีแนวโน้มลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิ/EBITDA ลงต่ำกว่า 4 เท่า จากการขายสินทรัพย์ด้านไฟฟ้าและการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี เรายังเห็นความเสี่ยงที่ PTTGC อาจต้องดำเนินการมากกว่านี้ แม้จะระดมเงินสดได้แล้ว 1.18 แสนล้านบาท ท่ามกลางแนวโน้มธุรกิจที่ยังอ่อนแอ
แนะนำ ซื้อ SPRC, PTTEP แนะนำขาย PTTGC
SPRC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานของเรา ด้วยอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) 3 ปีที่ 25% CAGR มูลค่าที่น่าสนใจที่ P/BV 0.5 เท่า และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.9% (สูงสุดในกลุ่ม) พร้อมอัพไซด์ที่ราคาหุ้นยังได้เปรียบจากแนวโน้ม GRM ที่แข็งแกร่งและค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ลดลง การกลับมาดำเนินงานตามปกติหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใน 1Q26 จะช่วยหนุนกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ เราเลือก PTTEP จากมูลค่าที่ถูกกว่า PTT (P/BV 0.7 เท่า และ P/E 8 เท่า เทียบกับ PTT ที่ P/BV 0.8 เท่า และ P/E 10 เท่า) และการดำเนินงานที่มีความแข็งแกร่ง พร้อมความเสี่ยงจากบริษัทย่อยที่จำกัด






