บล.กสิกรไทย:
ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำและการลงทุนของภาคเอกชนจำกัด เราแนะนำให้เพิ่มผลตอบแทนของพอร์ตผ่านรายได้จากเงินปันผล เนื่องจากการวิเคราะห์ระยะยาวของเราชี้ว่ารายได้จากเงินปันผลเป็นสัดส่วนสำคัญของผลตอบแทนรวมของดัชนี SET โดยใช้แบบจำลอง KS Dividend Score เพื่อคัดหุ้นที่มีศักยภาพในการจ่ายปันผลสูง มีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคง และมีงบดุลแข็งแรง เราระบุ KTB, CPN และ AMATA เป็นหุ้นเด่นในเชิงปันผลสำหรับปี 2026 โดยทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม 25% ของกลุ่มหุ้นปันผลสูงสุดในกลุ่มหุ้นที่เราวิเคราะห์
AMATA : แนะนำ “ซื้อ” TP 23.50 บาท
AMATA เป็นหุ้นเด่นสำหรับปี 2026 ด้วยมูลค่าหุ้น PBV 0.7 เท่า อัตราตอบแทนเงินปันผล 6.6% และมี backlog มูลค่า 2.5 หมื่นลบ. การโอนที่ดินจะเร่งตัวตั้งแต่ 4Q25 ต่อเนื่องถึงปี 2026 อุปสงค์ได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิตแบบ China-plus-one และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น
CPN : แนะนำ “ซื้อ” TP 72.50 บาท
CPN กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าเช่าศูนย์การค้าที่แข็งแกร่ง และแผนการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่ง พื้นที่เช่า (NLA) มีแนวโน้มเติบโตในปี 2026–2027 หนุนให้รายได้กลับมาเติบโตสองหลัก ขณะที่อัตราค่าเช่ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง วินัยในการใช้ CAPEX และโครงการซื้อหุ้นคืน 5 พันลบ.ที่กำลังดำเนินอยู่ ทำให้ CPN มีความแข็งแรงทางการเงินและพร้อมเติบโตต่อผ่านเงินสดภายในและการนำทรัพย์สินเข้า REIT อย่างต่อเนื่อง
KTB : แนะนำ “ซื้อ” TP 31.50 บาท
- KTB โดดเด่นในฐานะธนาคารเชิงป้องกันความเสี่ยง ด้วยอัตราส่วน CET1 สูงที่สุดในกลุ่ม ทำให้มีศักยภาพในการเพิ่มเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนได้มากขึ้น การจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งแรกสะท้อนความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น โครงสร้างสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นพิเศษจากระบบการชำระคืนแบบ MOU และสัดส่วนลูกค้าภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจจำนวนมาก ช่วยลดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) รายได้ค่าธรรมเนียมยังเติบโตแข็งแรง โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและธุรกิจต่างประเทศ ส่งผลให้ ROE มีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2026







