KS Daily View 12.01.2026 >>> จับตา Election rally ! มุมมองแคนดิเดตนายก 3 พรรคบนเวที ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 กรอบ SET วันนี้ 1,250–1,265 จุด แนะนำ CPF และ AP

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: มองไปข้างหน้าในสัปดาห์นี้ เราประเมินกรอบ SET Index ในสัปดาห์นี้ที่ 1,250-1,280 จุด โดยประเด็นต่างประเทศมีเพียงการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงข้ามคืนวันอังคาร โดยตลาดคาดตัวเลขจะทรงตัวที่ 2.7% เรามองตัวเลขมีแนวโน้มทรงหรือลงมากกว่าขึ้นพิจารณาจากแรงกดดันด้านตลาดแรงงานที่ลดลงอีกทั้งราคาพลังงานก็มีการปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา หากตัวเลขออกมาทรงตัวหรือลดลงได้เล็กน้อยอาจหนุนให้ตลาดคาดหวังเห็น Fed ลดดอกเบี้ยได้มากขึ้นซึ่งเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้เราเชื่อว่าความสนใจของตลาดจะกลับมาที่ประเด็นในประเทศโดยเริ่มจากวันจันทร์ แคนดิเดตนายกของ 3 พรรคการเมืองหลักเตรียมขึ้นแสดงมุมมองวิสัยทัศน์บนเวที ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 บนหัวข้อ “Global Dynamics and Thailand’s Future” ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และดีเบตอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์ในวันเสาร์ของเนชั่นกรุ๊ปที่เปิดเวทีให้แคนดิเดตนายกแสดงวิสัยทัศน์ บนเวที “NATION ELECTION 2569” จุดเปลี่ยนประเทศไทย แนวคิดและนโยบายเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศออกมาในช่วงนี้เชื่อว่าจะมีผลต่อความคาดหวังและบรรยากาศการลงทุนในตลาด

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1254.09 จุด ปรับตัวลดลง -0.44% จากสัปดาห์ที่ผ่านหลังกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีเดีย การเงิน ลดลง ในวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,250–1,265 จุด จากความคาดหวังของ Election rally ด้วยแคนดิเดตนายกของ 3 พรรคการเมืองหลักเตรียมขึ้นแสดงมุมมองวิสัยทัศน์บนเวที ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 แนะนำ CPF และ AP

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

1. วุฒิสมาชิกสหรัฐ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียปี 2025 ซึ่งมีเป้าหมายกดดันให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค และให้อำนาจทรัมป์อย่างกว้างขวางในการตัดรัสเซียออกจากเศรษฐกิจโลก รวมถึงลงโทษประเทศที่ยังทำการค้ากับรัสเซีย โดยเฉพาะการกำหนดภาษีสูงถึง 500% ต่อสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่ยังซื้อน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม หรือยูเรเนียมจากรัสเซีย ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศอย่างจีน อินเดีย และบราซิล ให้ยุติการซื้อน้ำมันรัสเซีย ทั้งนี้คาดว่าร่างกฎหมายอาจเข้าสู่การลงมติได้เร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า มองเป็นบวกกับ PTTEP จากแนวโน้มของ supply ของรัสเซียถูกจำกัดมากขึ้นจากมาตรการคว่ำบาตร

2. ทั้งนี้มีข่าวว่า ยูเครนได้ใช้โดรนโจมตีคลังเก็บน้ำมันในแคว้นโวลโกกราดทางตอนใต้ของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยูเครนในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย เพื่อลดศักยภาพในการสนับสนุนสงคราม

3. ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา  ศาลฎีกาสหรัฐยังไม่มีคำวินิจฉัยในวันนี้เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้ หลังศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เคยชี้ว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย IEEPA และระหว่างการไต่สวน ผู้พิพากษาทั้งสายอนุรักษนิยมและเสรีนิยมต่างตั้งข้อสงสัยต่ออำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดภาษี อย่างไรก็ดีแม้ศาลฎีกาจะคว่ำภาษีเดิม รัฐบาลยังมี “ดาบสอง” ใช้กฎหมายการค้าอื่น เช่น มาตรา 122, 301 และ 232 เดินหน้าเก็บภาษีต่อไปได้ โดยมองว่าแนวโน้มการส่งออกไทยที่อาจหดตัวใน 1H26 ที่ได้รับผลจากมาตรการภาษีนำเข้าและยอดส่งออกที่มีฐานสูงในปีที่ผ่านมาจากการเร่งส่งออกก่อนมีมาตรการภาษีในวันที่ 12 ส.ค. 2025 กดดันกลุ่มส่งออก

4. ททท.คาดปี 2026 การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวชัดเจน โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากปีที่ผ่านมาที่ระดับ 32.9 ล้านคน ทั้งนี้ ททท. เดินหน้าโปรโมตการท่องเที่ยวไทยด้วยทีเซอร์ภาพยนตร์โฆษณา “Feel All The Feelings” โดยได้ “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador โดย ภาพยนตร์โฆษณาเวอร์ชันเต็มมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคมนี้ มองเป็นบวกกับกลุ่มโรงแรม CENTEL SHR ERW และสายการบิน AAB BA

5. การส่งออกข้าวของอินเดียพุ่งขึ้นเกือบ 20% แตะระดับสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติการณ์ หลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออก ส่งผลให้อินเดียกลับมาครองความได้เปรียบด้านราคาและส่วนแบ่งตลาดเหนือคู่แข่งอย่างไทยและเวียดนาม พร้อมกดดันราคาข้าวในเอเชียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี ทั้งนี้มองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังคงกดดันความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ส่งออกข้าว ส่งผลให้แนวโน้มยอดส่งออกและ farm income ยังคงถูกกดดันต่อเนื่อง ที่อาจกระทบกับ Asset quality ของกลุ่มการเงินอย่าง SAK HENG MTC SAWAD

Daily pick

CPF: ราคาพื้นฐาน 24.40 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CPF จากแนวโน้มของราคาสุกรในประเทศอาจ ปรับตัวขึ้น จากอุปสงค์ปศุสัตว์ในประเทศจะเร่งตัวขึ้นในช่วงก่อน เทศกาลตรุษจีน ขณะที่ต้นทุนอย่างกากถั่วเหลืองใน 4Q25 ยังคงอยู่ใน ระดับต่ำ ทรงตัวจากไตรมาสก่อหน้าแต่ลดลง 22.5% YoY ที่หนุนให้ GPM ใน 4Q25 มีการฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าตามราคาหมูที่ฟื้นตัว ในขณะเดียวกัน ราคาสุกรเฉลี่ยในจีนพุ่งสูงขึ้น 8.8% ในช่วง 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา เป็น 12.48 หยวน/กก. เนื่องจากการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นใน ฟาร์มสุกรหลังจากฤดูหนาวเริ่มต้นขึ้น ทำให้มีการเฉือดสุกรเร็วขึ้น ส่งผลให้ แรงกดดันด้านอุปทานลดลง เป็นบวกต่อธุรกิจในต่างประเทศของ CPF นอกจากนี้เราคา CPF ได้รับอานิสงค์เชิงบวกจากเทศกาลตรุษจีนในช่วง 1Q26 เช่นกัน

AP: ราคาพื้นฐาน 9.00 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ AP จากความแข็งแกร่งของ balance sheet และการเป็นผู้นำในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ในช่วงตลาดไม่ดีที่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เราคาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 22 โครงการมูลค่ารวม 24 พันล้านบาทและคาดว่าจะมีโครงการอย่าง Aspire Vibha Victory ที่จะเสร็จพร้อมโอนใน 4Q25 นี้และภายหลังจากการเปิดตัว 10 โครงการใหม่ใน 4Q25 บริษัทสามารถทำ presale ได้แล้วรวม 4.5 พันล้านบาท จะช่วยสนับสนุนกำไรใน 4Q25 ได้ เราประเมิน AP จะสามารถให้ผลตอบแทนเงินปันผลได้ในระดับ 7% สำหรับปี 2026 พร้อมกับระดับ valuation ที่น่าสนใจโดยมี fwd PE’26 ที่ระดับ 5.x เท่า

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในยูโรโซน (Investor Confidence Index) จาก Sentix เดือน ม.ค. เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -6.2 จุด

วันอังคาร ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.7% YoY  ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าและตัวเลขเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน (US core CPI) ตลาดคาดที่ +2.7% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ +2.6% YoY

วันพุธ ติดตามตัวเลขส่งออกของจีน (China Export) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +3.0% YoY ชะลอตัวจากเดือนที่ผ่านมาที่ +5.9% YoY และตัวเลขนำเข้าของจีน (China Import)  เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.7% YoY ชะลอตัวจากเดือนที่ผ่านมาที่ +1.9% YoYต่อด้วยการรายงานดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (US Retail sales) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.4% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 0.0% MoM ปิดท้ายด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (US PPI index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.6% YoY

วันพฤหัสบดี ติดตามดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์ก (Empire State Manufacturing Index) เดือน ม.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.0 จุดเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -3.9 จุด และรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.08 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์ ติดตามดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของสหรัฐ (US industrial  production) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.2% MoM ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า

- Advertisement -