เก่งหลังเกมส์

SET Index  ปรับลง – 11.89 จุด -0.95% ปิด1,242 จุด (หลุด Low เก่าในช่วงกลางเดือน ธ.ค.25 แล้ว) มูลค่าการซื้อขาย  3.41 หมื่นล้านบาท Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนีคือ กลุ่ม Infratech นำโดย ICT (ADVANC, TRUE) กลุ่มธนาคาร (KTB, KBANK, SCB, TTB, TISCO)  ฯลฯ  ในทางตรงข้ามกลุ่มที่ปรับลงและกดดัชนีหลักๆคือ  กลุ่มค้าปลีก (CPALL, CPAXT) กลุ่มชิ้นส่วน DELTA กลุ่มโรงพยาบาล (BDMS, BH) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC) ฯลฯ

หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ

SCC  -2.5% ,IVL -2.4%, PTTGC -0.9%

ปรับลง นำโดย SCC  นักวิเคราะห์ KSS  Preview แนวโน้มขาดทุนสุทธิ 4Q25F ราว -2,696 ลบ. ขาดทุนหนักขึ้นทั้ง y-y q-q และแย่กว่าที่เคยประเมินว่าจะมีกำไรราว 2 พันลบ. เพราะ ด้อยค่าฯปิดกิจการ NocNoc และ demand ปิโตรเคมี แย่กว่าคาดส่งให้ spread ต่ำคาด และลด q-q คงคำแนะนำ Neutral ต่อ SCC ที่ TP26F = 218 บ.  นำมาสู่คาดการณ์หุ้นปิโตรเคมีอื่นๆ ตลาดเริ่มคาดการณ์ผลประกอบการณ์อ่อนตัวลงตาม SCC 

ADVANC +2.2%  TRUE +0.9%

กลุ่ม ICT มีกระแสหนุนจากข่าวทั้งในและต่างประเทศ Meta ประกาศสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ใช้ใน Data Center หนุนจิตวิทยาบวกต่อหุ้นโครงสร้างพื้นฐานเทค สหรัฐฯ ส่วนไทยเดินหน้า GSA (GULF, ADVANC) ประกาศ Data Center โครงการที่ 3 กำลังบริการ 100 MW +/- เร่งขึ้นจาก 2 โครงการมีนัยฯ  เป็นจิตวิทยาบวกต่อ ADVANC  ii.) ธุรกิจปัจจุบันเด่น คาดกำไร 4Q25F +35%y-y 

KTB +0.88%, TTB , TISCO ทรงตัว

กลุ่มธนาคารปรับขึ้น หรือทรงตัว แข็งกว่าตลาด   จากมุมมองเป็นกลุ่มหุ้น High Dividend ทำให้มักจะ Outperform ในช่วงที่ตลาดผันผวน  โดยหุ้นธนาคารที่จ่ายปันผลสูง KSS เน้น SCB และ KBANK

SISB -10.6%

ราคาหุ้นปรับลงแรง  KSS ตรวจสอบกับบริษัท ไม่พบมีปัจจัยลบใหม่ต่อปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ คงมุมมองต่อ 4Q25F คาด  Norm profit จะดีกว่า  3Q25 ที่ไม่รวม extra ประกอบกับ ต้น กพ 26 จะขายหุ้น THAI ราว 25% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ 6 ล้านหุ้น (ต้นทุนเฉลี่ย 1.6 บาท/หุ้น) รวมทั้งปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผล  ผสานราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 26F ที่ 9 เท่า หรือเทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -2.0SD และต่ำกว่าช่วงต้นปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังผ่าน COVID ขณะที่ฐานกำไรปัจจุบันสูงกว่า  SISB (Buy TP 23)  ในเชิงกลยุทธ์แนะนำไม่รีบเข้าลงทุน รอราคาสร้างฐาน 

- Advertisement -