เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ และ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ผนึกกำลังก่อตั้งบริษัทร่วมทุน ยกระดับโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ในประเทศไทย

  • มุ่งเสริมแกร่งซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาค
  • ผสานจุดแข็งเครือข่ายด้านสุขภาพของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี และความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ระดับโลกของ ดีเอชแอล เพื่อเร่งการเติบโต

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ (“BJL”) บริษัทในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี และบริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ประกาศจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี สู่มาตรฐานสากล พร้อมรุกตลาดเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกความแข็งแกร่งระหว่าง รากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความสามารถด้านซัพพลายเชนระดับโลก และประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญในธุรกิจโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของดีเอชแอล โดย นายเคนนี่ ไท ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทร่วมทุน ด้วยพนักงานรวม 2,500 คน จาก กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี และดีเอชแอล ซัพพลายเชน

งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ อาคารบีเจซี (BJC House) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 โดยได้รับเกียรติจาก นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี พร้อมด้วย นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บีเจซี, นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชนกลุ่มธุรกิจประเทศไทย และ นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทร่วมทุน ร่วมในงานแถลงข่าว

บริษัทร่วมทุนแห่งนี้มุ่งเน้นการให้บริการโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าถึง 6.45 แสนล้านบาท (16.9 พันล้านยูโร) ภายในปี 2573 การผสานมาตรฐานโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกของบีเจซี ทั้งในด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์ของไทย จะช่วยสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจ พร้อมทั้งผลักดันยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ระดับภูมิภาค

ประสิทธิภาพการดำเนินงานและความยั่งยืน

ดีเอชแอล ซัพพลายเชน จะนำความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ขั้นสูงเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในคลังสินค้า มาตรฐานการดำเนินงาน (Operations Management System – OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและความแม่นยำ พร้อมสร้างความโปร่งใสและการตรวจสอบสถานะได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end Visibility) ทั่วทั้งซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์

ความยั่งยืนจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การบริหารจัดการอาคารคลังสินค้าไปจนถึงการขนส่ง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของทั้งกลุ่มดีเอชแอล และกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่มุ่งหน้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 บริษัทร่วมทุนนี้จะมุ่งมั่นในการนำแนวปฏิบัติด้านโลจิสติกส์ยั่งยืนตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

มุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์

บริษัทร่วมทุนนี้พร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์อย่างครบวงจร โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ดังนี้:

  • โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ: คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics), วัคซีน, ยาเฉพาะทาง, ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ
  • บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์: โปรแกรมการพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์: มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ทรงประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมทั้งการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัด

ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขของประเทศ

บริษัทร่วมทุนแห่งนี้มุ่งมั่นที่จะยกระดับการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์คุณภาพสูงของคนไทยทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเร่งด่วนด้านสาธารณสุขของไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว ด้วยการผสานเครือข่ายอันแข็งแกร่งของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่ครอบคลุมโรงพยาบาลกว่า 1,271 แห่ง คลินิก 2,687 แห่ง และร้านยา 4,688 แห่ง เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการกระจายผลิตภัณฑ์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล บริษัทพร้อมส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้ ซึ่งไม่เฉพาะในหัวเมืองใหญ่ แต่ขยายการครอบคลุมไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของไทย

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาบุคลากร

บริษัทร่วมทุนนี้มุ่งมั่นลงทุนในการพัฒนาศักยภาพทีมงาน ผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมมาตรฐานสากลและการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนมีทักษะด้านเทคโนโลยี, AI และการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพด้านเฮลธ์แคร์

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่กำลังเติบโตอย่างสูงของประเทศไทย ความร่วมมือกับดีเอชแอลซึ่งเป็นผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลก ทำให้เราสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือนี้ช่วยให้เราสามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่ลูกค้าต่างประเทศ และนำเสนอโซลูชันระดับโลกที่รองรับความต้องการด้านสุขภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย 

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เราเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ต้องการอะไรอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่การขนส่งที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นโซลูชันที่สร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเข้าใจในบริบททางการแพทย์เชิงลึก บริษัทร่วมทุนนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับการบริการเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของประเทศด้วยคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามกฎระเบียบที่ผู้ป่วยและผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ควรได้รับ พร้อมทั้งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคด้วยมาตรฐานโลจิสติกส์ระดับโลก”

นายเคนนี่ ไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทร่วมทุน กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ของไทยเติบโตรวดเร็วกว่าภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว เรามุ่งเน้นในการปฏิบัติและการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ความร่วมมือนี้จะช่วยให้เราสามารถยกระดับซัพพลายเชนเฮลธ์แคร์ในประเทศไทยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไว้วางใจได้มากขึ้น และเป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากลได้อย่างเต็มรูปแบบ เรากำลังลงทุนในระบบอัตโนมัติ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น

เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพ แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ให้บริการด้านเฮลธ์แคร์ และผู้ป่วย ผ่านการส่งมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของดีเอชแอลเข้ากับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ภายในประเทศ เรามั่นใจว่า จะสามารถมอบบริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับเวิลด์คลาสให้แก่บริษัทเวชภัณฑ์ และผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”

นายสตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอีโคซิสเต็มเฮลธ์แคร์ในประเทศไทย และสะท้อนความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของดีเอชแอลในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับภูมิภาคในอนาคต ปัจจุบันเรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทั่วเอเชีย การเติบโตของเวชศาสตร์เฉพาะบุคคล กฎระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นในด้านความยั่งยืนและความโปร่งใสในการดำเนินงาน

ในขณะที่อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ด้วยการผสานประสบการณ์ความร่วมมือที่มีมากว่าสองทศวรรษกับกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ระดับโลกของดีเอชแอล เรากำลังสร้างมาตรฐานใหม่ไม่เพียงแค่สำหรับประเทศไทย แต่สำหรับทั้งภูมิภาค ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านความเป็นเลิศในโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

 

เกี่ยวกับ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ จำกัด หรือ BJL เปิดให้บริการในวันที่ 4 มกราคม 2543 เป็นผู้ชำนาญการและให้บริการทางด้านโลจิสติกส์ ตั้งแต่การดำเนินการพิธีการศุลกากร การบริหารจัดการคลังสินค้า 

การขนส่งและกระจายสินค้า รวมทั้งรับให้คำปรึกษาและแนะนำบริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนในการบริหาร การจัดการด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันบริษัทควบคุมพื้นที่คลังสินค้ามากกว่า 90,000 ตารางเมตร ดูแลรายการสินค้ามากกว่า 45,000 รายการ (SKUs) 

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ เป็นบริษัทในเครือ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC บริษัทผู้ดำเนินธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของไทยที่ครอบคลุมครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดำเนินธุรกิจและตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 143 ปี ทั้งยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และตั้งเป้าเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำของประเทศไทยสู่ทิศทางการเป็นองค์กรไร้คาร์บอน ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้สอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดีเอชแอล – ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก

ดีเอชแอล คือผู้นำระดับโลกทางด้านอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มอบบริการและความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งสินค้าภายในและระหว่างประเทศ การขนส่งสินค้าอี-คอมเมิร์ซและโซลูชั่นคลังสินค้า การขนส่งด่วนระหว่างประเทศ การขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางเรือ ตลอดจนการบริหารจัดการซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรม ด้วยบุคลากรกว่า 400,000 คน ในกว่า 220 ประเทศทั่วโลก ดีเอชแอล เชื่อมโยงผู้คนและธุรกิจด้วยบริการที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญและโซลูชันด้านโลจิสติกส์ที่สร้างความเติบโตให้กับตลาดและ ภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งธุรกิจด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ชีวภาพและบริการทางการแพทย์ วิศวกรรม การผลิตและพลังงาน รถยนต์และค้าปลีก ดีเอชแอลจึงมั่นใจว่า เราคือ “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลก” ที่แท้จริง

ดีเอชแอล เป็นส่วนหนึ่งของ ดีเอชแอล กรุ๊ป โดยกลุ่มบริษัทมีรายได้ประมาณ 84,200 ล้านยูโร ในปี พ.ศ. 2567 ด้วยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนและความมุ่งมั่นต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทได้มีส่วนสนับสนุนเชิงบวกแก่โลก โดย ดีเอชแอล กรุ๊ป ตั้งเป้าที่จะบรรลุการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593

- Advertisement -