บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)*
ราคาทองแดงที่พุ่งแรงจะเป็นภาระกับบริษัท
Events
ประมาณการ 4Q68, ปรับประมาณการกำไร และ ราคาเป้าหมาย, ปรับคำแนะนำ
ประมาณการ 4Q68: คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะเพิ่มขึ้น YoY แต่จะลดลง QoQ เราคาดว่ากำไรปกติของ KCE ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 223 ล้านบาท (+11% YoY, -23% QoQ) เนื่องจากยอดขายตกตามฤดูกาล และ อัตรากำไรอ่อนแอจากการที่ราคาทองแดงสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักในปี 2568 อยู่ที่ 869 ล้านบาท (-44% YoY) เราคาดว่ายอดขายใน 4Q68 จะอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์ฯ (+4% YoY, -7% QoQ) เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลวันหยุด ในขณะเดียวกัน แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท (อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยใน 4Q68 อยู่ที่ 32.1 บาท/ดอลลาร์ฯ จาก 33.8 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 4Q67 และ 32.2 บาท/ดอลลาร์ฯ ใน 3Q68) และ ราคาทองแดงที่สูงขึ้น (ราคาทองแดงเฉลี่ยใน 3Q68 อยู่ที่ US$9,900/mt จาก US$9,500/mt ใน 2Q68) น่าจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q68 ให้อยู่ที่ 20.8% (+1.5ppts YoY, -0.6ppts QoQ) เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะอยู่ที่ 14.1% ใน 4Q68 (จาก 7.8% ใน 4Q67 และ 13.8% ใน 3Q68) เพราะโครงสร้างค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่บริษัทเข้าซื้อสำนักงานขายในอังกฤษ และ เยอรมนีเข้ามาเป็นบริษัทย่อย และ ค่าใช้จ่ายบางรายการที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการดำเนินงานดีขึ้น
ราคาทองแดงน่าจะขึ้นต่อไปอีก
ราคาทองแดงเพิ่มขึ้นมาเกือบ 20% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จาก ~US$11,000/mt เป็น ~US$13,000/mt (ทำสถิติสูงสุดใหม่) ทำให้ราคาทองแดงเฉลี่ยในปี 2568 อยู่ที่ US$9,900/mt เพิ่มขึ้น 7% YoY ใกล้เคียงกับที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดเอาไว้ที่ ~US$10,000/mt สำหรับในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกคาดว่าราคาทองแดงจะขึ้นต่อไป โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ ~US$12,000/mt เนื่องจาก i) อุปสงค์ทองแดงพุ่งสูงขึ้นตามอุปสงค์ data center ที่เร่งตัวขึ้น และ ii) คาดว่าอุปทานจะยังน้อยกว่าอุปสงค์ไปอีกอย่างน้อยสองสามปี เนื่องจากไม่มีเหมืองทองแดงใหม่ ๆ
ทั้งนี้ เนื่องจากต้นทุนทองแดงคิดเป็น 20% ของต้นทุนรวมของ KCE ดังนั้น ราคาทองแดงที่เพิ่มขึ้นจึงน่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อัตรากำไรของบริษัท
ปรับลดประมาณการกำไร โดยยังมองภาพกำไรไม่ค่อยชัด
เราปรับลดประมาณการกำไรของ KCE ในปี 2569-2570 ลง 21% โดยสาเหตุสำคัญมาจากการรปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นลง 1.6ppts เพื่อสะท้อนถึงราคาทองแดงเฉลี่ยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น ~US$11,000-US$12,000/mt (จากเดิมที่คาดไว้ที่ US$10,000-US$11,000/mt) และ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ถึงแม้เราจะคาดว่าผลประกอบการของ KCE จะฟื้นตัวขึ้นในปี 2569 โดยคาดว่ากำไรจะโต 10% แต่เรามองว่าแนวโน้มกำไรยังไม่ชัดเจนนัก และ ยังอาจจะลดลงใน 1Q69F จากการลดราคาขายสินค้า และ ผลกระทบจากการที่ราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้น
Valuation & action
เนื่องจากยังมีปัจจัยความไม่แน่นอนรออยู่ข้างหน้า ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ที่อ่อนแอ, แรงกดดันทางด้านต้นทุนจากราคาทองแดงที่สูงขึ้น, เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และ แนวโน้มกำไรที่ยังไม่ชัดเจนนัก เราจึง de-rate PER จาก 23.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D) เป็น 19.0X (ค่าเฉลี่ยในอดีต -1.5 S.D) ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ที่ 15.30 บาท ลดลงจากเดิมที่ 23.50 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นยังเหลือ downside ถึงราคาเป้าหมายใหม่ของเราอีก 12% และ เราคาดว่ากำไรน่าจะแผ่วไปอีกอย่างน้อย 1-2 ไตรมาส เราจึงปรับลดคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ขาย”
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น








