Daily Focus 2026 SET Target : 1400
ต้องยืนแนวรับ 1230+- เพื่อโอกาสในการฟื้นตัวต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ฟื้นตัวระยะสั้นช่วงต้นชั่วโมงการซื้อขาย แต่ไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,250 จุด ก่อนจะกลับมาปรับตัวลงต่อเนื่องและปิดลบ 6.90 จุด ที่ระดับ 1,235.30 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.7 หมื่นลบ. ยังคงถูกถ่วงโดย DELTA กลุ่มไฟแนนซ์ การแพทย์ ค้าปลีก อสังหาฯ อาหาร เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ยังแข็งแกร่งกว่าตลาด คือ สื่อสารฯ ธนาคาร สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นต่อเนื่องอีก 1.9 พันลบ. และ 566 ลบ. ตามลำดับ (ต่างชาติ Short สุทธิ Index Futures อีกกว่า 1 หมื่นสัญญา)
แนวโน้มตลาดวันนี้ : คาด SET Index อาจเผชิญความผันผวนจากบริเวณแนวรับสำคัญ 1230+- จุด ที่ลงมาทดสอบตามคาดวานนี้ ซึ่งเรามองว่า หากสามารถยืนได้ จะมีโอกาสฟื้นกลับขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1250 และ 1260 จุด อีกครั้ง แต่หากยืนแนวรับดังกล่าวไม่ได้ ต้องระวังการปรับตัวลงต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับบริเวณ 1200 จุด ในขณะที่ภาพรวมบรรยากาศการลงทุนจากต่างประเทศนั้นยังค่อนข้างกดดันระยะสั้น จากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือน ธ.ค. สหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นลบ ในขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มมีทิศทางที่อ่อนตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเราแนะนำให้ติดตามช่วงทยอยคาดการณ์และประกาศกำไร บจ. ไทยว่าจะเห็นการปรับลดประมาณการ EPS ปี 2026 ลงหรือไม่ จากปัจจุบันที่เราและ Bloomberg Consensus คาดที่ 92 และ 95 บาท ตามลำดับ ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปเราคาดว่าตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เข้าใกล้ช่วง 2-3 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะเริ่มเห็นความชัดเจนของคะแนนนิยมและประเมินที่นั่ง ส.ส. ของแต่ละพรรคมากขึ้น และคาดเม็ดเงินหาเสียงจะเริ่มสะพัด ขณะที่หุ้นปันผลสูงคาดยังแข็งแรงต่อเนื่องจากธีม Dividend Play ซึ่งจะประกาศพร้อมงบปีในเดือนหน้า
กลยุทธ์ : เน้นหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 แข็งแกร่ง และให้ปันผลในเกณฑ์ดี
หุ้นเด่นเดือน ม.ค. : BTG CPALL MTC NEO PRM
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, BTG, CENTEL, CPALL, KTB, MTC, OSP, WHAUP
หุ้นเด่น Finansia 14 ม.ค. 25 : NEO
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 27 บาท
- แนวโน้มกำไร 4Q25 อาจดีกว่าที่เคยคาด มีโอกาสทำได้ถึง 140-150 ลบ. จากเดิมที่คาดราว 100 ลบ. ซึ่งจะเติบโตแรง q-q แต่ยังลดลง y-y โดยคาดได้แรงหนุนจากรายได้ที่ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่จากทั้งปัจจัยฤดูกาลและมาตรการคนละครึ่งพลัส รวมถึงได้ Market Share เพิ่มเติม ขณะที่ค่าใช้จ่ายทยอยลดลงได้ตามแผน
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2026 เติบโต 6-8% y-y จากทั้งในและโดยเฉพาะต่างประเทศ (เวียดนาม) ขณะที่ Gross Margin คาดทรงถึงปรับขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด PER ต่ำเพียง 9.2 เท่าและคาดให้ Dividend Yield ราว 7%
- แนวรับ 19.70-19.50 บาท แนวต้าน 20.60//21 บาท
Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติพลิกมาไหลเข้าภูมิภาคสุทธิ US$448 ล้าน นำโดยไต้หวัน US$670 ล้าน แต่ไหลออกจากเกาหลีใต้ US$312 ล้าน ส่วนอาเซียนเม็ดเงินไหลเข้ากระจุกตัวที่อินโดนีเซีย US$118 ล้าน แต่ไหลออกจากไทยและเวียดนาม ประเทศละมี US$18 ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนยังมีโอกาสชะลอตัวหรือไหลออกต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากยืนระดับ 1230 จุด ไม่ได้
ประเด็นสำคัญวันนี้
(0) DELTA แนวโน้มรายได้ 4Q25 อาจโตต่ำกว่าที่เคยคาด จากปัญหาวัตถุดิบและคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ช้ากว่าแผนเล็กน้อย ภาพรวม AI ยังแข็งแกร่ง แต่ EV และบาทแข็งดูกระทบมากกว่าคาด เบื้องต้นคาดกำไรปกติ 4Q25 อยู่ที่ 6.63 พันลบ. +3.7% q-q, +56.6% y-y ส่วนกำไรสุทธิน่าจะลดลง -10.9% q-q จากที่ทำนิวไฮ 7.44 พันลบ. ใน 3Q25 จึงคาดกำไรปกติปี 2025 ที่ 2.25 หมื่นลบ. +11.7% y-y บริษัทยังตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 15-20% y-y และโตสูงที่ data center 40-50% y-y ขณะที่แนวโน้ม EV ดูอ่อนแอกว่าที่เคยคาด ระยะสั้นแนวโน้ม 1Q26 ยังดูแข็งแกร่ง จากคำสั่งซื้อกลุ่ม AI เป็นหลัก และจะเริ่มรับรู้รายได้สินค้าใหม่ Liquid Cooling System ซึ่งน่าจะเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 2H26 ขณะที่สถานการณ์วัตถุดิบค่อนข้างทรงตัวจาก 4Q25 อย่างไรก็ตาม เราปรับสมมติฐานค่าเงินบาทเป็น 32 บาท/USD จากเดิม 33 บาท และปรับลดรายได้ EV ลง จึงปรับลดกำไรสุทธิปี 2026-27 ลง 11-12% เป็นเติบโต +25.7% y-y และ +19.6% y-y ตามลำดับ ปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 172 บาท ยังแนะนำ ถือ/เก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง ตามเดิม
(+) NEO แนวโน้มกำไร 4Q25 จะฟื้นตัวแตะระดับ 140-150 ลบ. โตแรง q-q แต่ยังลดลง y-y ดีกว่าที่เคยคาดไว้ที่ 100 ลบ. มาจากรายได้ลุ้นทำนิวไฮ ส่วนหนึ่งจากทั้งปัจจัยฤดูกาล, มาตรการคนละครึ่ง และได้ market share เพิ่ม รวมถึงการกลับมาฟื้นตัวในตลาดต่างประเทศ ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2026 โต 6-8% y-y มาจากในประเทศ +5-8% y-y และต่างประเทศโตในอัตราสองหลัก หนุนโดยตลาดเวียดนามเป็นหลัก ทั้งการขยายเข้าช่องทาง online และขยายไลน์ BeNice มากขึ้น เพิ่มเติมจากแบรนด์หลัก ราคาเป้าหมาย 27 บาท โดยมองเป็นหุ้น Turnaround ในปี 2026 ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ 9.2x 2026E PE และคาด div. yield ราว 7% ยังแนะนำ “ซื้อ”
(-) DOHOME เราคาดกำไร 4Q25 ที่ 121 ลบ. +18.2% q-q จากฐานต่ำ แต่ -24.7% y-y ซึ่งต่ำกว่าที่คาดเดิมว่าจะทรงตัว y-y จาก GPM ที่ต่ำกว่าคาด จากผลกระทบจาก back margin ที่ลดลง ตาม SSSG เดือน ธ.ค. 25 ที่หดตัวแรง 12-13% y-y, การทำ clearance ที่มากกว่าปีก่อน และ product mix end user ที่ลดลงจากผลกระทบในสาขาชายแดน ขณะที่ยอดขายรวมคาด -7.5% y-y กดดันจาก SSSG ที่ลดลง 9% y-y จากทั้งผลกระทบกำลังซื้อ และความไม่สงบบริเวณชายแดน โดยชดเชยบางส่วนจากการเปิดสาขาใหม่ 2 และ 1 แห่ง ในช่วง 3Q-4Q25 ทั้งนี้เราประเมินแรงกดดันต่อ GPM ดังกล่าว จะเริ่มบรรเทาลงใน 1Q26 จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เริ่มสงบ ระยะสั้นประเมินราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากกำไร 4Q25 ที่ต่ำกว่าตลาดคาดเดิม แม้ประเมินแนวโน้มกำไร 2026 จะเริ่มเห็นการฟื้นตัว y-y แต่แนะนำรอจังหวะหลังงบ 4Q25 หรือเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว
(-) ตลาดดาวโจนส์ ปิดที่ 49,191.99 จุด ลดลง 398.21 จุด หรือ -0.80% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,963.74 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,709.87 จุด ลดลง 24.03 จุด หรือ -0.10% โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากผู้บริหารของธนาคาร JPMorgan ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต
(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มก่อสร้างที่ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลผลประกอบการของบริษัทหลายแห่งที่ออกมาหลากหลายทิศทาง รวมถึงรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
(+/-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผสมผสาน โดยยังเป็นดัชนี NIKKEI ที่เป็นบวกต่อเนื่องตอบรับประเด็นเรื่องโอกาสในการยุบสภาฯ ในสัปดาห์หน้า เพื่อจัดเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง
(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยขยับมาอยู่ที่ 31.53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +0.16%
(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ +2.77% ปิดที่ 61.15 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันยังคงได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อในขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศ นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแทรกแซงอิหร่านด้วยการสนับสนุนผู้ชุมนุม อาจจะทำให้เหตุการณ์ประท้วงทวีความรุนแรงมากขึ้น
(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 15.60 ดอลลาร์ หรือ -0.34% ปิดที่ 4,599.10 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยราคาอ่อนแรงลงหลังจากทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ โดยคาดว่าความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 1,074.23 / +0.32%








