บล.พาย:

TFM: Thai Union Feedmill PCL.

4Q25 กำไรสุทธิมีโอกาสดีกว่าที่เคยคาดไว้

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม จากปัจจัยบวกเรื่องแนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q25 ที่คาดว่าจะยังเห็นการเติบโตจากปีก่อนได้อย่างมาก จากผลดีของการที่มีส่วนแบ่งการตลาดอาหารกุ้งที่เพิ่มขึ้น รวมกับกำไรขั้นต้นที่อยู่ในระดับสูง โดยเราประเมินอยู่ที่ 179 ล้านบาท (+19%YoY) แต่หากเทียบกับ 3Q25 กำไรสุทธิจะลดลง เพราะผลตามฤดูกาล ด้านปี 26 เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าเติบโตในระดับ 7-9% โดยจะยังคงเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดอาหารกุ้งที่มีการตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 30% ภายในปี 2030 จากปัจจุบันที่ทำได้ในระดับ 24-25% รวม กับธุรกิจที่ประเทศอินโดนีเซียที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้หลังจากในปี 25 มีการชะลอตัวจากปัญหาโรคระบาด และการส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ ทั้งนี้กำไรในปี 26 ที่เราประเมินไว้ที่ 711 ล้านบาทอาจจะเป็นระดับที่ต่ำไปโดยเราจะรอดทิศทางหลังประกาศผลประกอบการอีกครั้ง

คาด 4Q25 กำไรสุทธิ 179 ล้านบาท (+19%YoY, -20%QoQ)

  • เราคาด TFM มีกำไรสุทธิงวด 4Q25 ที่ 179 ล้านบาท (+19%YoY, -20%QoQ) ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้หากไม่รวมผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนใน AGM-TFM อีก 30 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ระดับ 209 ล้านบาท (+34%YoY, -15%QoQ)
  • รายได้คาดที่ 1,601 ล้านบาท (+12%YoY, -6%QoQ) เทียบกับปีก่อน ยังคงเติบโตจากตลาดในประเทศ ตามส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจอาหารกุ้งที่เพิ่มขึ้น และการส่งออกที่เริ่มเห็นมาตั้งแต่ 3Q25 ที่ผ่านมา ส่วนการลดลงจาก 3Q25 เป็นไปผลตามฤดูกาลที่ในช่วงปลายปีเกษตรกรจะหยุดการเลี้ยงกุ้งเพราะสภาพอากาศที่เริ่มเย็น
  • กำไรขั้นต้นคาดที่ 21.8% ทรงตัวจาก 3Q25 และดีขึ้นจาก 20.5% ใน 4Q24 จากสัดส่วนอาหารกุ้ง ซึ่งมีกำไรขั้นต้นสูงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมาช่วยชดเชยกับการปรับขึ้นของต้นทุนอาหารสัตว์ โดยเฉพาะราคาปลาป่น ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 146 ล้านบาททรงตัวจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 21%QoQ เพราะมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้น (เป็นไปตามปกติทุกปี)
  • อัตราภาษีจ่ายคาดที่ 8% เพิ่มจาก 4% ใน 4Q24 เนื่องจากสิทธิประโยชน์ BOI หมดแม้จะเริ่มมีโรงงานใหม่เข้ามาในช่วงเดือน ส.ค. 25 ที่ทำให้อัตราภาษีจ่ายลดลงจาก 10% ใน 3Q25
  • หากกำไรสุทธิออกมาตามคาดจะทำให้กำไรทั้งปีอยู่ที่ 728 ล้านบาท (+36%YoY) และดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 695 ล้านบาท

ปี 26 ยังมองโตได้ต่อเนื่อง

ภาพรวมปี 26 TFM ยังคงมองการเติบโตในระดับ 7-9% โดยคาดว่าธุรกิจที่อินโดนีเชียจะกลับมาดีขึ้นหลังจากมีปัญหาในช่วง 1H25 ขณะที่สินค้าจากไทยยังคงเน้นตลาดกุ้ง โดยตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเพื่อให้เป็นไปในตามเป้าที่ภายในปี 2030 จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่ระดับ 30% จากที่ทำได้ประมาณ 24-25% ในปี 25 รวมถึงพยายามขายสินค้าในกลุ่มอื่นมากขึ้นอย่างเช่นอาหารปลาอื่นนอกเหนือจากปลากระพงเป็นต้น

กำไรปี 26 อาจจะต่ำไป

จากแนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q25 ที่ออกมาดีเกินคาด ขณะที่แนวโน้มช่วง 1Q26 คาดยังเห็นการเติบโตจากปีก่อนได้ ทำให้เป้ากำไรสุทธิในปี 26 ที่เราคาดไว้ที่ 711 ล้านบาท อาจจะเป็นระดับที่ต่ำเกินไป โดยเราอาจจะมีการปรับประมาณการหลังการประกาศผลประกอบการ

คำแนะนำการลงทุน

ด้วยผลประกอบการที่คาดว่าจะออกมาดี เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 7.1 บาท  (10xPER’26E)

 

- Advertisement -