บล.พาย:
KTC: Krungthai Card PCL
กำไรสุทธิใน 4Q25 แข็งแกร่ง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับลดมูลค่าพื้นฐานเหลือ 32 บาท (เดิม 36 บาท) สะท้อนความผันผวนเศรษฐกิจสูงขึ้น คำนวณด้วยวิธี Gordon growth model (ROE Long Long term growth 2% 1.7xPBV’26E และ 10.2x PE’26E เราชอบ KTC จาก (1) งบดุลแข็งแกร่งความสามารถการควบคุมหนี้เสีย และระดับ Coverage ratio สูง ทำให้ KTC (2) คาดผลตอบแทนเงินปั่นผลสูง 5.7% ในปี 2026 และ (3) Valuation ไม่แพง ซื้อขายที่ PBV’26E ที่ 1.3x และ PE’26E ที่ 7.9 เท่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัว คาดว่ากำไรสุทธิในปี 2026 สามารถเติบโต ต่อเนื่อง 4% หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายภาษีลดลง ด้านผลการดำเนินงานใน 4Q25 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท (+10% YoY, +6% QoQ) และ NPL ratio ลดลงที่ 1.75% โดยคาดอัตราการเติบโตของกำไรได้ราว 2% ในปี 2025-26
กำไรสุทธิแข็งแกร่ง เติบโต YoY และ QoQ ใน 4Q25
- กำไรสุทธิออกมาที่ 2.1 พันล้านบาท (+10% YoY, +6% QoQ) กำไรเติบโต YoY เนื่องจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัว และ (2) สำรองหนี้ฯ ลดลง และ (3) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานลดลง
- กำไรสุทธิในปี 2025 เติบโต 4.6% ที่ 7.8 พันล้านบาท หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น และสำรองหนี้ฯ ลดลง
- สินเชื่อรวมขยายตัว 4.4% QoQ เนื่องจากสินเชื่อบัตรเครดิตเป็นหลัก (+6.4%) และสินเชื่อบุคคลขยายตัว ส่งผลให้สินเชื่อรวมในปี 2025 เติบโต 0.4% YoY
- ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 20.1% (+33 bps YoY, +46 bps QoQ) จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อสูงขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง
- งบดุลแข็งแกร่ง NPL ratio ลดลงที่ 1.75% และ Coverage ratio ทรงตัวสูงที่ 425% แข็งแกร่งรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่ Stage 2 ratio เพิ่มขึ้นเป็น 11.3%
การเติบโตมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
- KTC ตั้งเป้าหมายการเงินปี 2026 (1) กำไรสูงกว่าในปี 2025 (2) สินเชื่อรวมเติบโต 1-2% (3) NPL ratio <2% (4) การใช้จ่ายบัตรเครดิต 5% และ (5) สินเชื่อบุคคล 2%
- ในภาพรวม เรามองว่า KTC จะสามารถรักษา NPL ได้ตามเป้าหมายแต่การเติบโตสินเชื่ออาจจะขยายตัวต่ำกว่า 1% เพราะเศรษฐกิจไทยในปี 2026 อ่อนแอกว่าในปี 2025
- ในปี 2026 คาดว่ากำไรสุทธิเติบโต 3.5% ในปี 2026 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น ผลบวกจากต้นทุนการเงินลดลง จากนโยบายผ่อนคลายต่อเนื่องของ กนง. ทำให้ NIM ขยายตัวต่อเนื่องและ ค่าใช้จ่ายภาษีลดลง
- D/E ต่ำเพียง 1.5 เท่า ทำให้มีความสามารถในการกู้เงินเพิ่มได้หากสภาวะทางเศรษฐกิจเปิดโอกาสในการเติบโตในอนาคต และด้วยราคาหุ้นที่ปรับลดลง เราคาดว่า KTC จะให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ราว 5.7% ในปี 2026







