บล.กรุงศรีฯ:

FETCO Debates 2026 : “รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ–ตลาดทุนไทยรอด?” 

สรุปแนวนโยบายเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนอนาคตในอีก 4 ปีข้างหน้าของแต่ละพรรคการเมือง ในงานสัมมนา FETCO 15 ม.ค. 2026

1. พรรคภูมิใจไทย – นายอนุชา บูรพชัยศรี

จุดเน้น: เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจผู้สูงวัย และการพัฒนาคน

  Green & Silver Economy: เน้นเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจรองรับสังคมผู้สูงอายุ

  พัฒนาคน: Reskill/Upskill แรงงาน และปฏิรูปการศึกษาเพื่อรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

  ความสะดวกในการทำธุรกิจ: ใช้ Regulatory Guillotine ลดกฎหมายที่เป็นอุปสรรค

  การเงินการคลัง: ตั้ง Matching Fund (ส่วนกลาง+ท้องถิ่น) และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

  ตั้งเป้า GDP >3% ในปี 2569   : ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน + อุตสาหกรรมอนาคต

ผลต่อตลาดทุน : บวกเชิงธีมยาว: Healthcare, Renewable, Education แต่การปรับโครงสร้างตลาดทุนยังไม่ชัด

2. พรรคประชาชน – นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (รองหัวหน้าพรรค)

จุดเน้น: ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและลดการผูกขาด

  Major Reform: ปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อแก้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงโครงสร้าง Old – New Economy

  ทลายทุนผูกขาด: เปลี่ยนการผูกขาดของธุรกิจขนาดใหญ่ ให้เป็นโอกาสเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก

  นวัตกรรมแก้ปัญหา: ใช้ปัญหาของประเทศเป็นโจทย์สร้างธุรกิจใหม่ เช่น Smart Grid

  Rule of Law: สร้างนิติรัฐเพื่อให้การทำธุรกิจมีความเป็นธรรม 

  รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเสถียรภาพนโยบายระยะยาว

ผลต่อตลาดทุน : เป็นบวกระยะยาว  Productivity เพิ่ม / Market Quality ดีขึ้น / Mid–Small Cap, Tech, Innovation ได้ประโยชน์

3. พรรคเพื่อไทย – นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล (รองหัวหน้าพรรค)

จุดเน้น: แก้หนี้ เติมสวัสดิการ และลดรายจ่าย

  แก้หนี้สิน: มาตรการครบวงจรทั้งในและนอกระบบ (AMC, พักหนี้เกษตร, แก้หนี้นอกระบบ)

  สวัสดิการ: เงินเด็กแรกเกิด, คนไทยไร้จน, หวยเกษียน, ประกันกำไรสินค้าเกษตร

  ลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้: รถไฟฟ้า 20 บาท, บ้านเพื่อคนไทย, รัฐช่วยซื้อของ SME

  วินัยการคลัง: ยังคงเน้นความมั่นคงทางการคลังควบคู่กับนโยบาย

ผลต่อตลาดทุน : ระยะสั้นเด่น Consumption ฟื้น หุ้น Domestic ดี  แต่แผนระยะยาวยังต้องตาม แนวทาง Growth Engine ใหม่ๆ เพิ่ม และต้องลด Fiscal Burden ให้ได้ ตลาดจึงจะ Re-rate ให้

4. พรรคประชาธิปัตย์

จุดเน้น: ปฏิรูประบบราชการ เทคโนโลยี และการค้าระหว่างประเทศ

  ปฏิรูประบบราชการ: ใช้ Super Act (แทน Regulatory Guillotine) และทำระบบราชการให้เป็น Digital เพื่อความโปร่งใสและลดต้นทุน

  ใช้ Data และสินทรัพย์รัฐ: เปิด Open API ให้เอกชนใช้ข้อมูล และเปิดเสรีระบบสายส่งไฟฟ้า

  การค้าและโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งทำ FTA (เป้าหมายให้ทัดเทียมเวียดนาม) และลงทุน Infrastructure ลดต้นทุนขนส่ง

  เกษตรและอาหาร: ปรับโครงสร้างสหกรณ์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และดันอุตสาหกรรมอาหารเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

  การเมืองสุจริต: กำจัดทุนเทา

ผลต่อตลาดทุน : ถ้าทำได้จริง ลด Country Risk Premium ชัดเจน,  Valuation มีโอกาส Re-rate, บวกต่อ Industrial, Export, Energy Grid, Food, Infrastructure, ต่างชาติ “เข้าใจง่าย” และ มั่นใจขึ้น

5. พรรคกล้าธรรม – นายนิกร ซัจเดว์

จุดเน้น: ขยายพื้นที่เศรษฐกิจและดึงดูดเม็ดเงินใหม่

  EEC Plus: ขยายขอบเขตการพัฒนา EEC ไปยังจังหวัดตราด และใช้เป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต (New Engine of Growth)

  การท่องเที่ยว: สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (New Tourist Attraction) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูง (High-Spending)

  การลงทุน: จัด Roadshow เพื่อดึงดูดนักลงทุนและนักท่องเที่ยว เน้นการตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Marketing) และกระจายเม็ดเงินจากมหภาคสู่จุลภาค (Macro to Micro)

  ผู้ส่งออก: ปรับโครงสร้างเพื่อคืนภาษี VAT ให้รวดเร็วขึ้น

ผลต่อตลาดทุน : บวกต่อ EEC Play, Tourism, Services / ได้ Growth ระยะกลาง /  ตลาดน่าจะชอบจาก “ความต่อเนื่อง” ด้านนโยบาย

6. พรรครวมไทยสร้างชาติ – นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

จุดเน้น: นวัตกรรมและพลังงาน

  ต้านการผูกขาด: เน้นแก้ปัญหาการผูกขาดโดยเฉพาะในภาคพลังงาน แก้โครงสร้างค่าไฟ

  นวัตกรรม: สนับสนุนการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

  ไม่เห็นด้วยรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เห็นควร “แก้เฉพาะจุด”

ผลต่อตลาดทุน :  Narrative ชัดเรื่อง Energy Reform แต่ตลาดรอดูว่าจะ “ทำได้ต่อเนื่องหรือไม่”

7. พรรคไทยก้าวใหม่ –  นายคเณศ วังส์ไพจิตร

จุดเน้น: รวมศูนย์ยุทธศาสตร์การลงทุนให้เป็นเอกภาพ

  Thailand Investment Strategy: แก้ปัญหาระบบการลงทุนที่ซ้ำซ้อน (เช่น BOI กับ EEC) โดยรวมหน่วยงานและตลาดทุนเข้าด้วยกันภายใต้ยุทธศาสตร์เดียว

  Head of FDI: ตั้งผู้รับผิดชอบหลักด้านการลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้การทำงานมีเอกภาพ (Synergy)

  ธนู 4 ดอก: ขับเคลื่อนผ่าน การศึกษา, นโยบาย Thai First, พัฒนาคุณภาพชีวิต (QOL), และการสร้างที่ยืนให้คนดี

ผลต่อตลาดทุน : ลด Execution Risk, เพิ่ม FDI Visibility, Market-friendly เชิง Governance

8. พรรคไทยสร้างไทย – นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย

จุดเน้น: แก้หนี้ SME และสร้าง Sandbox ดึงดูดการลงทุน

  กองทุนแก้หนี้ SME: ตั้งกองทุนเพื่อช่วยพักและแก้หนี้ โดยคิดดอกเบี้ยต่ำ 4% ผ่านกองทุนคุ้มครองเงินต้น

  FDI Sandbox: เปิดพื้นที่ให้ภาคส่วนต่างๆ ทำโครงการดึงดูดการลงทุนด้วยตนเอง เน้นนวัตกรรมที่พรรคอื่นไม่มี

  วางแผนระยะยาว: ใช้ System Dynamic Model จำลองภาพประเทศไทยในอีก 25 ปีข้างหน้า

ผลต่อตลาดทุน : ประเมิน Impact ต่อ EPS ตลาดยังจำกัด

KSS View : นโยบายส่วนใหญ่มุ่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ทลายการผูกขาด และดึงดูด FDI ซึ่งหากทำสำเร็จจะช่วยลด Country Risk Premium และเพิ่มโอกาส Valuation Re-rating ของตลาดทุนไทย

ในระยะสั้นนโยบายกระตุ้นการบริโภคและแก้หนี้จะหนุนหุ้น Domestic แต่ตลาดรอดู Execution ที่ชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการปฏิรูประบบราชการ พลังงาน และการลงทุนที่จะสร้าง Growth Engine ใหม่ให้เกิดขึ้นจริง

- Advertisement -