บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
STECON Group (STECON.BK/STECON TB)
ยังคงเป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มรับเหมาฯ
Event
อัปเดตธุรกิจและปรับเพิ่มประมาณการกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่
Impact
มูลค่าสัญญาใหม่ปี 2568 อยู่ที่ 4.2–4.3 หมื่นลบ. (เพิ่มจาก 3.3 หมื่นลบ. ณ สิ้น 9M68)
ในเดือน ธ.ค. 68 บริษัท STECON ได้เซ็นสัญญามูลค่า 5 พันลบ.เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ส่งผลให้มูลค่าสัญญาใหม่ทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 4.2–4.3 หมื่นลบ. (-4% YoY) ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 5 หมื่นลบ. งานรับเหมา ฯ ในมือ (backlog) ณ สิ้นปี 2568 คาดว่าจะอยู่เกือบ 1 แสนลบ. (ไม่รวมโครงการอู่ตะเภามูลค่า 2.7 หมื่นลบ.) นอกจากนี้ STECON ยังมีสัญญาอื่น ๆ รวม 3.6 หมื่นลบ.จากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์, โรงไฟฟ้าและอาคารพาณิชย์ที่รอการเซ็นอยู่อีกในช่วงครึ่งปีแรกของ 2569F ขณะที่ โครงการภาครัฐมูลค่ามากกว่า 5 แสนลบ. ก็คาดว่าจะเริ่มได้ใน 2H69F หลังจากได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว อีกทั้ง STECON อยู่ระหว่างพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ เช่น data center, สาธารณูปโภคและไฟฟ้าและระบบนิเวศอื่น ๆ ของ data center, พลังงานสะอาด, การบริหารจัดการน้ำรวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัย (JV ร่วมกับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ) เป็นต้น
ประมาณการกำไร 4Q68F
STECON ตั้งเป้ารายได้ 4Q68 เป็นจุดสูงสุดใหม่ที่ 0.9–1.0 หมื่นลบ. ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นราว +7% และสัดส่วน SG&A/sales ที่ 3.5% (ใกล้เคียง 9M68) ขณะที่ เราประเมินกำไรสุทธิ 4Q68F ที่ 179 ลบ. (+10% QoQ) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดมากกว่า 200 ลบ.บ้าง แต่จะดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากขาดทุนสุทธิ 2.36 พันลบ.ใน 4Q67 หากกำไร 4Q68F เป็นตามเราคาด กำไรปี 2568F จะอยู่ราว ±1.2 พันลบ.
ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
STECON ตั้งเป้ารายได้เติบโตอย่างน้อย 5% ต่อปี และอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ที่ 7% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนเงินปันผลจากการลงทุนใน Gulf Development (GULF BK / GULF.TB) มูลค่ากว่า 250–300 ลบ. ต่อปีอาจเปลี่ยนเป็นจ่ายปีละสองครั้งตั้งแต่ปี 2569F (จากเดิมที่จ่ายปีละครั้ง) อย่างไรก็ดี เราปรับเพิ่มประมาณการกำไร ปี 2569F-70F ขึ้นเป็น 1.1 พันลบ. (-7% YoY) และ 1.16 พันลบ. (+5% YoY) บนสมมติฐานที่ รายได้จะเติบโตราว 5% และการควบคุมค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพดีอย่างที่เคยทำได้ในปี2568 นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2571F กำไรสุทธิจะเร่งตัวขึ้นเมื่อโครงการใหม่จาก JV เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ โดย STECON คาดว่าเกิดขึ้นภายในปี 2573 ซึ่งสัดส่วนกำไรจากธุรกิจใหม่จะคิดเป็นราว 50% ของกำไรสุทธิ
Valuation & Action
จากสมมติฐานใหม่ของเราทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 7.70 บาท (จากเดิม 7.0 บาท) อิงจาก PE ปี 2569F ที่ 10.6x (-1.5SD) และเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” STECON
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ







