บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Delta Electronics (Thailand) (DELTA TB)
แรงหนุนจาก AI ยังต่อเนื่องในปี 2569
ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ถือ จากคาดกำไรหลักปี 2569 โต 32% เราปรับคำแนะนำ DELTA ขึ้นเป็น ถือ จาก ขาย หลังราคาหุ้นปรับลงราว 30% จากจุดสูงสุดเมื่อ 6 พ.ย. 2568 ทำให้ปัจจุบันมีอัพไซด์ราว 2% จากราคาเป้าหมายใหม่ เราปรับราคาเป้าหมายด้วยวิธี DDM เป็น 162 บาท (จากเดิม 109 บาท) หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2568/2569 ขึ้น 15%/21% เพื่อสะท้อนแนวโน้มยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น จากอุปสงค์ด้าน AI และ Data Center คำแนะนำ ถือ สะท้อนกำไรหลัก 4Q68 ที่ทำสถิติสูงสุด (+239% YoY, +9% QoQ) และคาดกำไรหลักปี 2569 เติบโต 32% โดยอัพไซด์คือการนำระบบ HVDC 400V/800V จาก Delta Taiwan มาใช้งานเชิงพาณิชย์ที่โรงงานของ DELTA ในไทย
การเติบโตแข็งแกร่งในปี 2569 จากยอดขายและ GPM
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2569 ขึ้น 21% จากการปรับเพิ่มสมมติฐานยอดขายและ GPM คาดกำไรหลักปี 2569 อยู่ที่ 3.0 หมื่นล้านบาท (+32% YoY) หนุนโดยความต้องการที่แข็งแกร่งของ server power racks, อุปกรณ์ AI และโครงสร้างพื้นฐาน DC นอกจากนี้ DELTA คาดเริ่มผลิตระบบระบายความร้อนแบบของเหลว (liquid cooling) ซึ่งเป็นสินค้ามาร์จิ้นสูงภายในช่วง 2Q–3Q69 หลังผ่านการตรวจประเมิน ช่วยหนุน GPM ปี 2569 เพิ่มเป็น 27.4% (จาก 24.6% ในปี 2567 และ 26.7% ในปี 2568)
คาดกำไรหลัก 4Q68 ทำสถิติสูงสุดที่ 6.9 พันล้านบาท
เราคาดกำไรหลัก 4Q68 ที่ 6.9 พันล้านบาท (+239% YoY, +9% QoQ) ทำสถิติสูงสุด จากยอดขายที่เติบโตแกร่ง ค่า royalty ที่ลดลง และการฟื้นตัวของ GPM หลังไม่มีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงคลังขนาดใหญ่ ขณะที่การเติบโต QoQ มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนสินค้ากลุ่ม AI ที่ดีขึ้น บริษัทมีกำหนดประกาศงบในวันที่ 13 ก.พ.
ความเสี่ยงแรงขายจากการปรับพอร์ตลดลง
เรามองว่าแรงขายจากการปรับพอร์ตลงทุนมีจำกัด เนื่องจากปัจจุบัน DELTA มีสัดส่วนในดัชนี SET50 เพียง 9.5% ซึ่งยังต่ำกว่าข้อจำกัดน้ำหนักสูงสุดที่ 10% ของดัชนี SET50 โดยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2025 ราคาหุ้น DELTA มักเผชิญแรงขายช่วงปลายไตรมาสจากการที่นักลงทุนสถาบันต้องปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับเกณฑ์น้ำหนักของ SET50 แต่แรงกดดันดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงในระยะต่อไป







