บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
ICHITAN GROUP (ICHI TB)
ยังทำได้ดีสม่ำเสมอ
- คาดกำไร 4Q25 ยังทำได้ดี โตสูง y-y แต่อาจลด q-q ตามฤดูกาล
- เริ่มเห็น upside ต่อกำไรปี 2026 จากน้ำด่างที่โตดี และแนวโน้มภาวะอากาศเข้าสู่ El Nino
- ปรับเป้าขึ้นเป็น 15 บาท และคาด dividend yield ปีละ 8.0%
คาดกำไร 4Q25 จะอ่อนลง q-q แต่จะโตสูง y-y
คาดกำไรสุทธิ 4Q25 อยู่ที่ 326 ลบ. (-9.1% q-q, +57.8% y-y) หากไม่รวมรายการพิเศษทางภาษีใน 4Q24 คาดกำไรปกติจะเติบโต 21.0% y-y ถือเป็นกำไรที่ทำได้ดี แม้มูลค่าตลาดชาเขียว 4QTD จะชะลอตัวราว 9.9% y-y จากฝนตกและน้ำท่วม แต่คาดรายได้รวม 4Q25 จะเติบโตราว 4.2% y-y แต่อาจลดลง q-q ตามฤดูกาล การโต y-y มาจากการเติบโตของกลุ่ม Non-tea คาดสัดส่วนรายได้จะปรับขึ้นเป็น 17.4% ของรายได้รวม (จาก 13.1% ใน 4Q24) ซึ่ง product champion ในกลุ่มนี้คือ น้ำด่าง ขณะที่คาดรายได้จาก OEM น่าจะทรงตัวถึงอ่อนลง q-q ตามฤดูกาล
คาดกำไรสุทธิ 2025 โตได้เล็กน้อย แม้ตลาดชาเขียวอ่อนตัวลง
คาดอัตรากำไรขั้นต้นอาจปรับลงเป็น 25.0% จาก 25.8% ใน 3Q25 แต่ยังเพิ่มขึ้นจาก 24.6% ใน 4Q24 มาจากการเปลี่ยนแปลงของ product mix และคาด SG&A to sales จะปรับขึ้นเป็น 6.8% จาก 6.4% ใน 3Q25 แต่ยังต่ำกว่า 8.2% ใน 4Q24 จากการควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาด หากกำไร 4Q25 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรปกติปี 2025 ที่ 1,241 ลบ. (-7.6% y-y) โดยคาดรายได้รวมปี 2025 ลดลงราว 4.2% y-y สอดคล้องกับมูลค่าตลาดชาเขียวที่ลดลงราว 5.0% y-y แต่บริษัทยังรับรู้กำไรจากการขายที่ดิน ช่วยให้กำไรสุทธิปี 2025 เติบโตเล็กน้อย 2.3% y-y
แม้คาดปี 2026 โตไม่มาก แต่เห็นปัจจัยหนุนชัดขึ้น
บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำเป้าหมายการเติบโตในปี 2026 ขณะที่เรายังคงสมมติฐานการเติบโตราว 6.4% y-y มาจากการเติบโตของรายได้ในประเทศเป็นหลัก หนุนโดยตลาดชาเขียวกลับมาเติบโตอีกครั้งจากสภาพอากาศที่เริ่มพลิกเข้าสู่ภาวะ El Nino และคาดรายได้น้ำด่างจะเติบโตในอัตราสองหลักได้ต่อเนื่อง จากทั้งกระแสรักสุขภาพ และน้ำด่างขวดใหญ่ได้รับการตอบรับที่ดี เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ไว้ตามเดิมที่ 1.33 พันลบ. (+7.4% y-y) โดยเริ่มเห็น upside จากการเติบโตของกลุ่ม Non-tea และยังไม่รวมลูกค้า OEM รายใหม่อีก 1–2 ราย
ปรับเพิ่มเป้าเป็น 15 บาท และคาดปันผล 8% ต่อปี
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 15 บาท โดยปรับเพิ่ม Target PE เป็น 15x (-0.5 SD) จากเดิม 13x (-1.0 SD) เพื่อสะท้อนปัจจัยหนุนการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังคงความ conservative ไว้ และคาดจ่ายปันผลงวด 2H25 อีกราว 0.55 บาท/หุ้น คิดเป็น yield 4.1% เมื่อรวมกับที่จ่ายไปแล้วใน 1H25 จะคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากปันผลต่อปีราว 8.0% ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง ไม่มีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยจ่าย คาดสิ้นปี 2025 มี DE ratio เพียง 0.24x และคาด ROE ระดับ 24%







