บล.พาย:

TU: Thai Union Group PCL

4Q25 ภาษี+ค่าเงินกดดันกำไร

เราคาดกำไรสุทธิงวด 4Q25 ของ TU อยู่ที่ 1,088 ล้านบาท (-10%YoY ,-17%QoQ) ได้รับแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นประมาณ 5%YoY กดดันให้รายได้ออกมาทรงตัว (หากไม่รวมรายได้สกุลต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 5%YoY) ขณะที่ผลกระทบจากการปรับภาษีของสหรัฐฯ และต้นทุนราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกดดันกำไรขั้นต้นที่ลดลงเพราะยังไม่สามารถปรับราคาได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลประกอบการปี 26 จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง หลังจากเริ่มเห็นผลดีมาตรการปรับโครงสร้างธุรกิจรวมถึงการปรับราคาที่ทำได้มากขึ้น ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิมและประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 15.3 บาท (14XPER’26E)

คาด 4Q25 กำไรสุทธิ 1,088 ล้านบาท (-10%YoY, -17%QoQ)

  • เราคาด TU มีกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,088 ล้านบาท (-10%YoY, -17%QoQ) ถ้าไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 100 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ระดับ 988 ล้านบาท (-13%YoY, -17%QoQ) ได้รับผลกระทบของภาษีสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯ ที่ยังไม่สามารถปรับราคาได้ทั้งหมด รวมกับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกว่า 5%YoY
  • รายได้คาดที่ 35,201 ล้านบาท (+0.3%YoY, +2%QoQ) สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาส หลังได้รับผลดีจากการเติบโตของธุรกิจจอาหารแช่แข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปรายได้ทรงตัวจากปีก่อน โดยตลาดยุโรปเริ่มฟื้นตัว ส่วนตลาดสหรัฐฯ มีการชะลอเล็กน้อย หากไม่รวมผลกระทบค่าเงินรายได้จะเติบโตประมาณ 5%YoY
  • กำไรขั้นต้นคาดที่ 18.3% ลดลงจาก 18.7% ใน 4Q24 และ 19% ใน 3Q25 ได้รับแรงกดดันจากผลกระทบของภาษีที่ยังไม่สามารถปรับราคาได้ทั้งหมด รวมกับต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 4,893 ล้านบาท (-1%YoY,+3%QoQ) เทียบกับปีก่อนลดลงเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดส่วนเพิ่มจาก 3Q25 มาจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 165 ล้านบาท (+5%YoY, -30%QoQ) ธุรกิจที่อินเดียยังคงมีผลประกอบการที่ดี
  • รายได้อื่นคาดที่ 234 ล้านบาทใกล้เคียงกับ 3Q25 แต่ -1%YoY เพราะดอกเบี้ยรับที่ลดลง ภาษีจ่ายคาดที่ 48 ล้านบาท (-4%YoY, -71%QoQ) ได้รับผลดีจากเครดิตภาษีจากบริษัทที่สหรัฐฯ
  • รวมทั้งปีเราคาดกำไรสุทธิ TU ที่ 4,685 ล้านบาท (-6%YoY) ดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 4,572 ล้านบาท

ปี 26 ยังหวังโตได้ หลังคาดเห็นการปรับราคาได้มากขึ้น

แนวโน้มปี 26 เบื้องต้น TU ยังคาดหวังถึงการเติบโต ทั้งในแง่ของปริมาณขายและการปรับราคาสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษี รวมถึงการเห็นผลดีจากมาตรการปรับโครงสร้างบริษัทที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 24 อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจนถึงคำตัดสินจากศาลว่าจะออกมาเป็นเช่นใด และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

คงประมาณการปี 26 ไว้เท่าเดิมก่อน

แม้กำไรสุทธิในปี 25 มีแนวโน้มออกมาดีกว่าคาด แต่ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันที่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทใช้ที่ 32.5 บาท/เหรียญฯ ทำให้ยังมีความเสี่ยงด้านนี้อยู่ ดังนั้นเราจึงคงกำไรสุทธิในปี 26 อยู่ที่ 4,963 ล้านบาท (+6%YoY) ไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุนแม้ 4Q25 กำไรจะลดลง แต่ด้วยการปรับราคาที่จะเห็นมากขึ้นในช่วง 1Q26 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 15.3 บาท (14XPER’26E)

 

- Advertisement -