บล.บัวหลวง:
CP All (CPALL TB / CPALL.BK)
อัตรากำไรและผลตอบแทนเงินปันผลช่วยลดแรงกดดันจาก CPAXT
กำไรไตรมาส 4/68 มีแนวโน้มทรงตัว YoY จากแรงฉุดของ CPAXT อย่างไรก็ตาม ดาวน์ไซด์จะถูกจำกัดจากการเติบโตของกำไรที่ขับเคลื่อนด้วยอัตรากำไรของธุรกิจ 7-Eleven ขณะที่ PER ปี 2569 ที่ระดับต่ำ 14 เท่า และอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.6% ยังคงทำให้ CPALL น่าสะสมเมื่อราคาย่อตัว
CPAXT ที่ชะลอตัวกดดันไตรมาส 4/68; กำไร CPALL ทรงตัว YoY
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักของ CPALL ในไตรมาส 4/68 จาก 7.20 พันล้านบาท เหลือ 6.98 พันล้านบาท (ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ) เนื่องจากการปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานของ CPAXT (คิดเป็น 27% ของ EBIT) CPAXT (ซึ่ง CPALL ถือหุ้น 60%) มีแนวโน้มรายงานกำไรหลักในไตรมาส 4/68 ลดลง 28% YoY จากผลกระทบของการหยุดชะงักของการขายออนไลน์ของ Lotus’s ในเดือน ต.ค. (เราคาดยอดขายสาขาเดิมของ Lotus’s จะปรับตัวลดลง 8% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ CPAXT เข้าซื้อกิจการในไตรมาส 4/64 และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 100 bps YoY จากการทำโปรโมชั่นที่เข้มข้นขึ้น) อย่างไรก็ดี ผลกระทบดังกล่าวจะถูกกลบจากธุรกิจ 7-Eleven และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (คิดเป็น 73% ของ EBIT) โดยเราคาดว่า 7-Eleven จะรายงานกำไรหลักในไตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้น 8% YoY จากสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงในสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้น
เราคาดยอดขายรวมของ CPALL อยู่ที่ 2.507 แสนล้านบาท (ทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 3% QoQ) และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.0% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 22.9% ในไตรมาส 4/67 หากไม่รวม CPAXT ยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven เพียงอย่างเดียวคาดว่าจะลดลง 2.5% (จากการลดลง 0.5% ในไตรมาส 3/68) จากการที่ผู้บริโภคหันไปใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รวมถึงผลกระทบจากอุทกภัยในหาดใหญ่และสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เราคาดจำนวนลูกค้าเฉลี่ย 948 คนต่อสาขาต่อวัน ลดลงจาก 978 คนในไตรมาส 4/67 และมูลค่าต่อบิลเฉลี่ย 86 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 84 บาทในไตรมาส 4/67
แนวโน้ม CPAXT ที่อ่อนแอส่งผลให้ต้องปรับลดประมาณการ
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักของ CPALL ลง 1% สำหรับปี 2569 และ 2% สำหรับปี 2570 เพื่อสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ เราปรับลดประมาณการยอดขายสาขาเดิมของ Lotus’s ลงเหลือ 0% และปรับเพิ่มประมาณการอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายรวมของ CPALL ขึ้น 20 bps ส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักของ CPALL ปี 2569 อยู่ที่ 2.82 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY หนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่กลางปี 2569 จากเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นและฤดูร้อนที่กลับสู่ภาวะปกติ (ฤดูร้อนปี 2568 เย็นและสั้นกว่าปกติ)
เงินปันผลน่าสนใจและการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยอัตรากำไร
เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 จาก 60 บาท เหลือ 58 บาท อย่างไรก็ตาม CPALL ยังคงมีความน่าสนใจ การเติบโตของกำไรหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นของ 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นราว 40 bps ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นอีก 20 bps ในปี 2569 ส่งผลให้กำไรหลักปี 2568–2569 เติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี เทียบกับกำไรรวมของกลุ่มค้าปลีก (ไม่รวม IT Retail) ที่ทรงตัว ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อน PER ปี 2569 ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีของ CPALL ที่ 20.5 เท่าถึง 31% แม้มี ROE ที่แข็งแกร่งราว 19% และเราคาดว่า CPALL จะให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 3.6% ทั้งในปี 2568 และ 2569







