บล.บัวหลวง:
CP Axtra (CPAXT TB / CPAXT.BK)
ธุรกิจโลตัสส์กดดันการฟื้นตัวกำไรให้ล่าช้า
ผลการดำเนินงานของ Lotus’s ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยกำไรในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 มีแนวโน้มชะลอตัว จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและยอดขายสาขาเดิมที่ยังชะลอตัว เราจะยังไม่ปรับมุมมองเป็นเชิงบวกต่อ CPAXT จนกว่ากำไรขั้นต้นของ Lotus’s จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
แรงกดดันจาก Lotus’s ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 4/68 ปรับลดลง
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักของ CPAXT ในไตรมาส 4/68 ลง 20% จาก 3.59 พันล้านบาท เหลือ 2.87 พันล้านบาท (ลดลง 28% YoY แต่เพิ่มขึ้น 54% QoQ ตามฤดูกาล) ต่ำกว่าประมาณการตลาดที่ 4.20 พันล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเราปรับลดคาดการณ์ผลการดำเนินงานของ Lotus’s อย่างมาก (คิดเป็น 53% ของ EBIT) แพลตฟอร์มออนไลน์ของ Lotus’s (โดยปกติคิดเป็นราว 7% ของยอดขาย) หยุดให้บริการเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในเดือน ต.ค. 2568 ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมและจำนวนผู้ใช้บริการ (การดำเนินงานกลับสู่ภาวะปกติในช่วงปลายเดือน พ.ย.) เราจึงคาดว่า Lotus’s จะรายงานยอดขายสาขาเดิมลดลง 8% ในไตรมาส 4/68 (และยังลดลง 3–4% แม้ไม่รวมผลกระทบจากการหยุดระบบออนไลน์) และเราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ Lotus’s จะปรับลดลง YoY เป็นไตรมาสที่สามติดต่อกันมาอยู่ที่ 17.6% จาก 18.6% ในไตรมาส 4/67
เราคาด CPAXT จะรายงานยอดขายในไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1.262 แสนล้านบาท (ลดลง 1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 3% QoQ) โดยแบ่งเป็น makro 7.38 หมื่นล้านบาท และ Lotus’s 5.25 หมื่นล้านบาท ยอดขายสาขาเดิมของ makro คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่ Lotus’s ลดลง 8% การเติบโตของยอดขายโดยรวมหนุนจากพื้นที่ขายรวมที่เพิ่มขึ้น 2% YoY เป็น 2.81 ล้านตารางเมตร และการรับรู้ผลการดำเนินงานของ Renewed Hope Group ผู้ให้บริการอาหารในมาเลเซียตลอดทั้งไตรมาส อัตรากำไรขั้นต้นรวมคาดอยู่ที่ 14.5% ลดลง 40 bps YoY จากสัดส่วนสินค้ากลุ่มอาหารแห้งที่มีอัตรากำไรต่ำที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันด้านกำไรขั้นต้นของ Lotus’s เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2.88 พันล้านบาท เนื่องจากไตรมาส 4/67 มีการรายงานผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนครั้งเดียวจำนวน 55 ล้านบาท
การแข่งขันด้านราคาชะลอการฟื้นตัว
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 7% สำหรับปี 2568, 8% สำหรับปี 2569 และ 12% สำหรับปี 2570 เพื่อสะท้อนการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปเลือกสินค้าราคาถูกท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ การฟื้นตัวของกำไรอิงจากการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม โดยจะเริ่มตั้งแต่กลางไตรมาส 2/69 จากความชัดเจนทางการเมืองที่กลับมา และความต้องการตามฤดูกาลร้อนที่เป็นปกติ (ต่างจากไตรมาส 2/68 ซึ่งอากาศร้อนน้อยและช้ากว่าปกติ ทำให้ยอดขายสินค้าคลายร้อนและเครื่องดื่มเย็นลดลง YoY)
แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเริ่มจางลง กดดันแนวโน้มไตรมาส 1/69
เมื่อมองไปยังไตรมาส 1/69 จากการตรวจสอบของเราพบว่า ยอดขายสาขาเดิมของทั้ง makro และ Lotus’s ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ทรงตัว แต่มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงตลอดช่วงที่เหลือของไตรมาส จาก 1) เทศกาลตรุษจีนเลื่อนไปเป็นกลางเดือน ก.พ. 2569 จากปลายเดือน ม.ค. ในปี 2568 ทำให้ SSS ม.ค. ที่เหลือจะย่อลง และ 2) การไม่มีมาตรการกระตุ้นภาครัฐ หลังจากมาตรการ “Easy e-Receipt” เคยช่วยหนุนอุปสงค์ในไตรมาส 1/68
เพื่อเปรียบเทียบ makro รายงานยอดขายสาขาเดิมเติบโต 1% ในไตรมาส 1/68 และ Lotus’s เติบโต 0.5% นอกจากนี้ เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากโครงสร้างยอดขายของ makro ที่มีสัดส่วนสินค้าแช่แข็งและอาหารแห้งที่มีอัตรากำไรต่ำที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Lotus’s ยังเผชิญแรงกดดันด้านการแข่งขัน ดังนั้น เราคาดกำไรหลักในไตรมาส 1/69 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ
หมายเหตุ: สำหรับ CPALL (TP60) เราคาดกำไรที่อ่อนแอลงของ CPAXT จะมีผลจำกัดต่อ CPALL ประเมิน downside ราว 1–3% สำหรับกำไรปี 26–27 ทั้งนี้ ราคาหุ้น CPALL ที่ซื้อขาย PER ปี 26 ที่ 14 เท่า ถูกกว่า CPAXT ที่ 15 เท่า เราจึงแนะนำรออ่อนตัวซื้อสำหรับ CPALL







