บล.กสิกรไทย:
SPALI โมเมนตัมยอดขายโครงการแนวราบชะลอตัวลง
- ยอดขายไตรมาส 4/2568 ลดลงทั้ง YoY และ QoQ SPALI รายงานยอดขายไตรมาส 4/2568 ที่ 5.8 พันลบ. ลดลง 13% YoY และ 33% QoQ แม้ว่ามูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาส 4/2568 จะสูงที่สุดของปี 2568 และโครงการคอนโดใหม่อย่าง ศุภาลัย พรีเมียร์ ตากสิน-วงเวียนใหญ่ มูลค่า 2.6 พันลบ. จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อ ด้วยยอดขายมากกว่า 53% เรามองว่ายอดขายที่อ่อนแอนี้เกิดจากสภาพแวดล้อมตลาดที่อยู่อาศัยที่ซบเซาในไตรมาสดังกล่าว โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล อีกทั้งการตัดสินใจเลื่อนเปิดตัวคอนโดโครงการสำคัญอย่าง ศุภาลัย ลอฟท์ ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ มูลค่า 3.0 พันลบ. จากไตรมาส 4/2568 ไปเป็นไตรมาส 1/2569 ยิ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อยอดขายรวมของไตรมาส 4/2568 ส่งผลให้ยอดขายปี 2568 ลดลง 2% YoY เป็น 2.62 หมื่นลบ. คิดเป็น 82% ของเป้ายอดขายปี 2568 ที่ 3.2 หมื่นลบ. ทั้งนี้ มูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2568 ลดลง 44% YoY เป็น 2.95 หมื่นลบ. จากแผนเมื่อต้นปีที่ 4.6 หมื่นลบ.
- เน้นโครงการแนวราบ – คาดกำไรไตรมาส 4/2568 ไม่น่าตื่นเต้น จากยอดขายล่าสุดที่อ่อนแอเช่นเดียวกับบริษัทพัฒนาอสังหาฯ รายอื่น เรามองว่าโมเมนตัมที่ชะลอตัวลงของโครงการแนวราบของ SPALI เป็นจุดหลักที่ต้องวิเคราะห์ เนื่องจากมีจำนวนและมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ไตรมาส 4/2568 สูงกว่าไตรมาสอื่นของปี 2568 ควบคู่กับแคมเปญการตลาดที่เข้มข้นที่สุดของปี และการทำการตลาดออนไลน์เชิงรุก นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับอุปสงค์ปัจจุบันมากขึ้นตามมุมมองของเรา ดังนั้น เราคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะลดลงอย่างมาก YoY เนื่องจากผลประกอบการปีที่แล้วได้รับแรงหนุนหลักจากโครงการคอนโด ศุภาลัย ไอคอน สาทร ที่มีอัตรากำไรสูง ขณะเดียวกัน กำไรน่าจะทรงตัว QoQ เทียบกับไตรมาส 3/2568 แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากออสเตรเลียคาดว่าจะปรับดีขึ้น จาก backlog โครงการแนวราบซึ่งยกมาจากไตรมาส 3/2568 ที่อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นเราจึงคาดว่ากำไรปี 2568 จะลดลงมากกว่า 30% YoY ทำสถิติต่ำสุดใหม่ตั้งแต่ปี 2556
- แผนธุรกิจปี 2569 จะถูกประกาศช่วงปลายเดือน ม.ค. เราคาดว่า SPALI จะประกาศแผนธุรกิจและเป้าหมายปี 2569 ในช่วงปลายเดือน ม.ค. แม้ว่าสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยที่ท้าทายคาดจะยังคงดำเนินต่อไป แต่เรามองว่ามูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2569 จะเพิ่มขึ้นในอัตราปานกลาง YoY โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากโครงการคอนโดใหม่ 4 แห่ง มูลค่า 6.9 พันลบ. ที่เลื่อนมาจากปี 2568 ขณะเดียวกัน ด้วยคอนโดใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 9.3 พันลบ. ที่มี backlog มูลค่า 2.8 พันลบ. ที่จะแล้วเสร็จในปี 2569 เทียบกับปี 2568 ที่มีคอนโดสร้างเสร็จใหม่เพียง 1 โครงการ มูลค่า 1.2 พันลบ. และมี backlog 0.9 พันลบ. รวมถึงโครงการแนวราบใหม่หลายโครงการด้วยดีไซน์และทำเลใหม่ๆ เรามองว่าเป้ายอดขายและรายได้ปี 2569 น่าจะถูกตั้งไว้ที่ระดับการเติบโตในอัตราตัวเลขสองหลัก
มุมมอง KS
- แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท แม้ว่าผลการดำเนินงานปี 2568 อาจไม่เป็นไปในทิศทางบวก แต่เรามองว่างบดุลที่แข็งแกร่ง ความสำเร็จจากการลงทุนในออสเตรเลีย การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในปี 2569 และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ต่อไป นอกจากนี้ อัตราตอบแทนเงินปันผลคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีที่มากกว่า 7%








