ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วง Election Rally

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดทำการเนื่องในวัน Martin Luther King JR รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ตลาดหุ้นฝั่ง EU ส่วนใหญ่ปรับลงรับแรงกดดันจากทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศใน EU

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมา หุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวัน Martin luther king JR แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับลง โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ (BMW MBG VOW) และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (LVMH RMS) ประเมินตลาดฝั่ง EU กังวลกับภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ มีการนำเข้าสินค้าเหล่านี้บางส่วน โดยคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดทำการ คาดว่ามีโอกาสปรับลง (Dow Future -0.86% ณ ช่วง 7.00 เวลาประเทศไทย) แต่จากนี้หากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรง และการประกาศผลประกอบการจากนี้ของสหรัฐฯ ดีกว่าตลาดคาดการณ์ก็จะเป็นปัจจัยหนุน และตลาดมีโอกาสกลับมาฟื้นตัว ซึ่งคืนนี้จะมีการประกาศผลประกอบการของหุ้น Netflix (หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ) ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจไม่มีการประกาศ

กลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่า SET INDEX ปรับขึ้นมาราว 0.6% ดีกว่าภูมิภาคที่บวกหรือลบสลับกันไป มองปัจจัยดังกล่าวกำลังสะท้อน Election Rally อย่างชัดเจน และกลุ่มที่โดดเด่นก็ได้แก่ ค้าปลีก (CPALL +2.4% CPAXT +2% PLANB +5.9%) หากดูแต่ละพรรคการเมืองก็จะพบว่าส่วนใหญ่จะเน้นที่การกระตุ้นบริโภค และในช่วงหาเสียงเลือกตั้งก็คาดว่าเม็ดเงินจะสะพัดจากการลงพื้นที่ต่างๆ โดยช่วงนี้รอติดตามการประกาศผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หากรายงานดีกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนให้กับตลาด

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1275 – 1290 ยังคาดหวังถึงแรง Election Rally แต่ด้วยการปรับขึ้นมาราว 3.8% จากจุดต่ำสุดอาจทำให้ Upside วันนี้ไม่มากเท่าใดนัก รวมไปถึงเห็นสัญญาณเชิงบวกการไหลเข้ามาของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ซื้อสุทธิสะสมจน YTD +3.8 พันล้านบาท ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นที่หุ้น Domestic Play ท่ามกลางความคาดหวัง Election Rally อาทิ กลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI) ค้าปลีก (CPALL HMPRO) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) โรงพยาบาล (BDMS BCH)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท)

Valation ที่น่าสนใจ ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 13xPE’26E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% โดยเราคาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 6.9 พันล้านบาท (-4%YoY, +5%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเติมของ 7-11 ที่ -1.5% และการลดลงของคำไรของ CPAXT

ICHI (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.90 บาท)

ปัจจัยหนุนการเติบโต ได้แค่ กลยุทธ์การสร้างแบรนด์, การขยายช่องทางจำหน่ายในร้านโชห่วย, การออกสินค้าใหม่ที่เน้นสินค้า value for money ทำสินค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า, การฟื้นตัวของตลาดชาเขียวโดยมีปัจจัยบวกด้านสภาพอากาศ, และการเติมโตของยอดขายสินค้า non-tea โดยเฉพาะน้ำต่าง PH+

 

- Advertisement -