บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
C.P. All (CPALL.BK/CPALL TB)*
ได้รับผลกระทบบางส่วนจากการบริโภคที่แผ่วลง
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ CPALL ใน 4Q68 จะอยู่ที่ 7 พันล้านบาท (-2% YoY, -7% QoQ) เพราะผลการดำเนินงานที่อาจจะอ่อนแอของ CP Axtra (CPAXT.BK/CPAXT TB) จะฉุดรั้งผลการดำเนินงานที่ดีของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท (+11% YoY)
Impact
ปัจจัยหนุนที่จำกัดกดดัน same-store-sales
เราคาดว่า same-store-sales ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะลดลงประมาณ 2% YoY (จาก +3.3% ใน 4Q67 และ -0.8% ใน 3Q68) จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งได้แก่ i) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง (จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติใน 4Q68 ลดลง 7% YoY เป็น 8.8 ล้านคน จาก 9.5 ล้านคนใน 4Q67) ii) น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ iii) กรณีพิพาทชายแดน และ iv) ผลกระทบจากฐานที่สูงในปีที่แล้วที่มีการใช้มาตรการ digital wallet (SSSG ของ CPALL อยู่ที่ 4% ใน 4Q67) อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าบริษัทจะเดินหน้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 170 ร้านในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นประมาณ 700 ร้านตามเป้า
margin ของสินค้าในธุรกิจ CVs จะอยู่ในเกณฑ์ดี
เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมบริษัทในเครือใน 4Q68 จะอยู่ที่ 22.8% (-10bps YoY, ทรงตัว QoQ) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2568 อยู่ที่ 22.8% (+20bps YoY) ถึงแม้ว่าอัตรากำไรของ CPAXT จะอ่อนแอ แต่เราคาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะยังพอใช้ได้จากการวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เราคาดว่าอัตรากำไรของสินค้าจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะเพิ่มขึ้น 10-20bps YoY จากทั้งสินค้ากลุ่มอาหาร และ ไม่ใช่อาหารจากการวางจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง (ประเภทพร้อมรับประทาน และ พร้อมดื่ม) เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายรวมบริษัทในเครือจะอยู่ที่ 20.5% (จาก 20.3% ใน 4Q67 และ 21% ใน 3Q68) ซึ่งสะท้อนถึงการขยายสาขาร้าน
ปรับประมาณการกำไรเล็กน้อย
นักเศรษฐศาสตร์ของเราประเมินว่าการบริโภคในภาพรวมจะแผ่วไปอีกอย่างน้อย 1-2 ไตรมาสก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อบวกกับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล เรามองว่าการที่ 1Q68F จะเพิ่มขึ้นได้ทั้ง YoY และ QoQ ยังเป็นเรื่องท้าทาทาย ดังนั้น เราจึงปรับประมาณการกำไรเล็กน้อยดังแสดงใน Figure 8 ซึ่งหลัก ๆ แล้วเป็นการสะท้อนถึงการปรับประมาณการกำไรของ CPAXT (ดูบทวิเคราะห์ของ KGI เรื่อง CPAXT: แนวโน้มไม่สดใส ฉบับวันที่ 16 มกราคม 2569)
Valuation & action
เราปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F เป็น 57.00 บาท อิงจาก PER ที่ 18.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -2.0 S.D) จากเดิม 58.00 บาท ซึ่งหลัก ๆ แล้วเป็นการสะท้อนถึงการปรับประมาณการกำไรของ CPAXT เรามองว่าความสามารถในการวางจำหน่ายสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยรองรับผลกระทบเชิงลบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ เนื่องจาก i) อัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ ~4% และ ii) ราคาปิดล่าสุดยังเหลือ upside 31% เราจึงแนะนำ “ซื้อ” CPALL
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัว, ขยายสาขาใหม่ได้ช้ากว่าที่คาด, disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ถูกยกเลิกเครื่องหมายการค้า 7-Eleven, ความเสี่ยงด้าน logistic








