KS Daily View 20.01.2026 >>> ตลาดจับตาดูงบ บมจ. โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ที่ทยอยรายงานงบ 4Q25 กรอบ SET วันนี้ 1275-1,295 จุด แนะนำ KKP และ TOP
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปิดตลาดที่ 1,283.20 เพิ่มขึ้น +7.60 จุด (+0.60%) นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มค้าปลีก วันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1275-1,295 จุด คาดว่าปัจจัยในประเทศ ตลาดจับตาดูการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่ทยอยรายงานงบ 4Q25 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งในเย็นที่ผ่านมา KKP รายงานกำไรออกมาดีกว่าที่คาด อาจเห็นแรงเก็งกำไรเข้ากลุ่มธนาคารต่อเนื่องประกอบกับปันผลที่อยู่ในระดับสูง ในขณะเดียวปัจจัยต่างประเทศกลับมาผันผวนอีกครั้ง แม้ว่าตลาดสหรัฐจะหยุดทำการในคืนที่ผ่านมา แต่คืนนี้ศาลฎีกาสหรัฐมีกำหนดวินิจฉัยหลายคดีใหญ่ โดยอาจรวมถึงคดีความชอบด้วยกฎหมายของภาษีศุลกากรทรัมป์ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย IEEPA แต่ศาลไม่ระบุล่วงหน้าว่าจะตัดสินคดีใด และอาจเลื่อนออกไปถึงเดือนมิ.ย. ประกอบกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาตึงเครียดมากขึ้นหลัง EU กำลังพิจารณากำแพงภาษีต่อสินค้าของสหรัฐจากความพยายามในการเข้าซื้อ Greenland อาจส่งผลให้ตลาดกลับมาผันผวนอีกครั้ง โดยเฉพาะ Global play อย่างกลุ่มส่งออกและกลุ่มเรือ ในส่วนของกลยุทธ์ในการลงทุนแนะนำหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะอย่าง KKP ที่รายงานกำไร 4Q25 ออกมาดีกว่าที่คาด และ TOP ด้วยค่าเฉลี่ย GRM ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงใน 4Q25 และ 1Q26
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 3.3% จากเดิม 3.1% โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI และความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐเป็น 2.4% และจีนเป็น 4.5% จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การผ่อนคลายดอกเบี้ย และข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสองประเทศ ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วคาดโต 1.8% ยูโรโซน 1.3% และญี่ปุ่น 0.7% โดยเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องเป็นบวกต่อบรรยากาศในการลงทุนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
- BOI อนุมัติส่งเสริมการลงทุนขยายโครงการของบริษัท เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี ที่ร่วมทุนระหว่าง Zhen Ding Technology (ZDT) ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อันดับ 1 ของโลก กับเครือสหพัฒน์ รวม 4 โครงการ มูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิตที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อผลิต PCB ขั้นสูงสำหรับสมาร์ตโฟน เซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ส่งออกทั่วโลก มองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกกับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA KCE HANA และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA WHA
- รมว.คมนาคม ระบุว่า เหตุเครนก่อสร้างหล่นทับรถไฟที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นบทเรียนสำคัญ นำไปสู่การยกระดับมาตรการความปลอดภัยด้านการเดินทาง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับ คปภ. ผู้ให้บริการประกันภัย และการรถไฟฯ เร่งจัดทำประกันภัยภาคบังคับสำหรับผู้โดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และรถไฟฟ้า เพื่อให้มีหลักประกันและวงเงินคุ้มครองที่ชัดเจนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยคาดว่าจะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและเริ่มบังคับใช้ได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้ พร้อมรวมค่าเบี้ยประกันไว้ในค่าโดยสารมองเป็นมองเป็นจิตวิทยาการลงทุนเชิงบวกเล็กน้อยกับกลุ่มประกันอย่าง TQM
- ก.ล.ต. เผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มุ่งขยายขอบเขต Tokenization จาก Investment Token สู่สินทรัพย์หลากหลาย โดยเตรียมนำ Bond Token เข้าทดสอบใน Sandbox เพื่อสร้างกรณีใช้งานจริงและวางมาตรฐานการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์ม พร้อมเดินหน้าศึกษาและออกเกณฑ์ Crypto ETF เพื่อเปิดทางให้นักลงทุนเข้าถึงคริปโตได้ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ปกติ ลดความเสี่ยงด้านการเก็บรักษา นอกจากนี้ ยังผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง Carbon Credit และ Carbon Allowance เป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
- อินเดียลงนามข้อตกลงมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อก๊าซ LNG จาก UAE เป็นเวลา 10 ปี ทำให้อินเดียกลายเป็นลูกค้า LNG รายใหญ่ที่สุดของ UAE โดยทั้งสองประเทศตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีเป็น 200 พันล้านดอลลาร์ใน 6 ปี และเดินหน้าความร่วมมือด้านกลาโหมเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ADNOC Gas จะส่งมอบ LNG ปีละ 0.5 ล้านตันให้ Hindustan Petroleum ขณะที่ราคาก๊าซ JKM LNG ในวันจันทร์ปรับตัวขึ้นเป็น $US11.16MMBtu จากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ $US10.24MMBtu มองเป็นลบเล็กน้อยกับกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP อย่าง BGRIM และ GPSC
Daily pick
KKP: ราคาพื้นฐาน 74.50 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ KKP รายงานกำไร 4Q25 ที่ 1.77 พันลบ. เพิ่มขึ้น 6% QoQ และ 26% YoY สูงกว่าประมาณการของเรา 20% และสูงกว่าของตลาด 28% จาก 1) ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ที่ต่ำกว่าคาด 2) อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่สูงกว่าคาด และ 3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้กำไรปรับดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จาก credit cost ที่ลดลงมาอยู่ที่ 82 bps จาก 103 bps ใน 3Q25 และผลขาดทุนจากการขายรถถูกยึดลดลง 11% QoQ เป็น 506 ลบ. ใน 4Q25 ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2025 อยู่ที่ 5.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น 18.6% YoY
TOP: ราคาพื้นฐาน 39.30 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TOP จากค่าเฉลี่ย GRM ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ $US5.3/barrel และ $US4.7/barrel ใน 1Q26 และ 4Q25 ที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจาก $US4.0/barrel ใน 3Q25 หนุนให้แนวโน้มกำไรจากผลประกอบการหลักยังคงเป็นขาขึ้น ในขณะเดียวกันราคาน้ำมันNymex future เฉลี่ย 1Q26 ที่ $US58.6/barrel ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 4Q25 ที่ $US59.1/barrel ซึ่งหากราคาน้ำมันยังรักษาระดับนี้ไว้ได้ หรือเคลื่อนไหว sideway ในไตรมาสนี้ส่งผลให้ inventory loss ปรับตัวลดลง
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันอังคาร ติดตาม Loan prime rate ของธนาคารกลางจีนระยะเวลา 1 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.0% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า และ Loan prime rate อายุ 5 ปีคาดการณ์ไว้ที่ 3.5% ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า
วันพุธ ติดตามการเปลี่ยนแปลงสต็อกน้ำมันดิบในคลังสินค้าเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ (API Crude Oil Stock Change) เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา 5.27 ล้านบาร์เรล
วันพฤหัสบดี ติดตามการรายงานของ GDP ใน 3Q25 ของสหรัฐครั้งสุดท้าย ตลาดคาดการณ์ที่ 4.3% QoQ ทรงตัวจากครั้งก่อนหน้า ต่อด้วยการรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Core PCE Price Index) เดือน พ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ 2.8% YoY และรายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (US Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.98 แสนตำแหน่ง
วันศุกร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของญี่ปุ่น (Japan Inflation) เดือน ธ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +2.2% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +2.9% YoY และ เงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานตลาดคาดการณ์ที่ +2.8% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +3.0% YoY ต่อด้วยผลการประชุมของ BoJ โดยตลาดคาดว่า BoJ จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75%









