บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

Kiatnakin Phatra Bank (KKP.BK/KKP TB)*

กำไร 4/68 รายได้ธุรกิจ wealth business เติบโตดี ขาดทุนรถยึด และหนี้เสียลดลง

Event 

กำไรสุทธิของ KKP ใน 4Q68 อยู่ที่ 1.8 พันล้านบาท (+6% QoQ, +26% YoY) ดีกว่าตลาดรวมและ ประมาณการของเราประมาณ 18% เนื่องจากผลขาดทุนจากการขายรถที่ยึดมา (LOS) ต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยกำไรสุทธิในปี 2568 อยู่ที่ 7.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เนื่องจาก non-NII เพิ่มขึ้น ในขณะที่ LOS และ credit cost ลดลง 

Impact 

สินเชื่อยังหดตัว แต่ต้นทุนการเงินที่ลดลงช่วยเพิ่มมาร์จิ้น ในขณะที่ LOS ลดลงอย่างมาก 

สินเชื่อของ KKP หดตัวลง 1% QoQ และ 8% YoYโดยสินเชื่อกลุ่มที่หดตัวหนักคือที่อยู่อาศัย (-10% QoQ และ -14% YoY) และ สินเชื่อ H/P (-2.5% QoQ -9.3% YoY) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการเงิน (CoF) ลดลงอย่างมากถึง -25bps QoQ ทำให้ NIM เพิ่มขึ้น 8bps QoQ ดังนั้น NII จึงทรงตัว QoQ และ ลดลง 8% YoY ใน 4Q68, ลดลง 13% ในปี 2568 ในขณะเดียวกัน LOS ลดลงอย่างมากต่ำกว่า 500 ล้านบาทใน 4Q68 จากที่ขึ้นไปถึงระดับสูงสุดที่ 1.4 พันล้านบาทใน 1Q67 

รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากค่าธรรมเนียมบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) 

รายได้มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII) โดยรวมลดลงอย่างมากถึง 9% QoQ แต่ทรงตัว YoY ใน 4Q68 (จากฐานกำไรจากการลงทุนที่สูงใน 3Q68) และ เพิ่มขึ้น 13% ในงวดปี 2568 ในส่วนนี้รายได้ค่าธรรมเนียมจากเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ wealth management และ การค้าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 5% QoQ และ ทรงตัว YoY ใน 4Q68 และ เพิ่มขึ้น 10% ในปี 2568 ในขณะที่กำไรจากการลงทุนแม้ว่าจะลดลง QoQ แต่ยังถือว่าแข็งแกร่ง ตลอดทั้งปี 2568  

คชจ.สำรองฯ (Credit cost) ลดลง ตามตัวเลข NPL และ สินเชื่อ stage 2 ที่ลดลง 

หนี้เสีย NPLs ลดลง 2% QoQ และ 6% YoY โดย NPLs จากสินเชื่อ H/P และ สินเชื่อจดจำนองลดลงอย่างมากใน 4Q68 แต่ NPL ของสินเชื่อโครงการอสังหาฯ และ SME ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ NPL ที่ลดลงทำให้ credit cost ลดลงมาอยู่ที่ 1.3% ใน 4Q68 (จาก 1.7% ใน 3Q68) และ 1% ในปี 2568 (เช่นเดียวกับในปี 2567) 

คงคำแนะนำถือ โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 70 บาท 

ผลการดำเนินงานโดยรวมของ KKP ใน 4Q68 มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจตลาดทุนในส่วนของ wealth management และ พอร์ตการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทำให้ ROE ยืนเหนือ 10% ต่อเนื่องได้เป็นไตรมาสที่สองแม้ว่าสินเชื่อจะไม่ขยายตัว ทั้งนี้ เนื่องจากเราคาดว่าเศรษฐกิจจะโตลดลงในปี 2569F ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญจะขึ้นอยู่กับ ธุรกิจ wealth management เรามองว่า KKP เป็นหุ้นปันผล โดยคาดว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะอยู่ที่ 6.7% (จ่ายปันผลที่อัตรา 65% ในปี 2568 จาก 68% ในปี 2567) ดังนั้น จึงยังคงคำแนะนำถือ และ ประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 70 บาท 

Risks 

NPLs และ credit cost เพิ่มขึ้น, NIM ถูกกดดัน 

 

- Advertisement -