บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
PRARAM 9 HOSPITAL (PR9 TB)
2026 still in play
- คาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 220 ลบ. (-1% q-q, +7% y-y) จากรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่และอัตรากำไรที่มั่นคง
- แนวโน้มกำไรปี 2026 ยังเติบโตระดับสองหลัก (+12%) ขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนไข้ต่างชาติและการเพิ่มศักยภาพรองรับผู้ป่วย
- Valuation ยังไม่แพง คงคำแนะนำซื้อ และเป็น Top Pick ของกลุ่ม
พรีวิว 4Q25 รายได้ยังทำสถิติใหม่ มาร์จิ้นยังมั่นคง
เราคาด PR9 มีกำไรปกติ 4Q25 ที่ 220 ลบ. ลดลงเล็กน้อย 1% q-q แต่เพิ่มขึ้น 7% y-y ขณะที่รายได้คาดทำสถิติใหม่ที่ 1.39 พันลบ. (+2% q-q, +11% y-y) นำโดยกลุ่มคนไข้ไทย (สัดส่วน 74%; +5% q-q, +2% y-y) จากฤดูกาลตรวจสุขภาพปลายปีและการทำการตลาดที่ได้ผล ส่วนรายได้คนไข้ต่างชาติคาดลดลง 6% q-q ตามฤดูกาล แต่ยังเติบโตสูง 46% y-y โดยหลักมาจากตะวันออกกลางและเมียนมา เราคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 36.3% (-0.2ppt q-q, +1.4ppt y-y) ขณะที่อัตราส่วน SG&A/sales ลดลง (-1.9ppt q-q, -1.2ppt y-y) จากการคุมค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด กำไรก่อนภาษีคาดเพิ่มขึ้น 8% q-q และ 20% y-y อย่างไรก็ตาม การไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีในไตรมาสนี้จะส่งผลให้อัตราการเติบโตของกำไรปกติชะลอลง
ประกันสุขภาพแบบ co-pay เป็นโอกาส
คนไข้ประกันมีสัดส่วนราว 24% ของรายได้ PR9 ใน 9M25 โดยผู้บริหารมองว่าแนวโน้มประกันสุขภาพแบบร่วมจ่าย (co-payment) เป็นโอกาส เพราะกลุ่มคนไข้ที่มีรายได้สูงยังให้น้ำหนักกับคุณภาพ แม้ต้องร่วมจ่าย ขณะที่กลุ่มคนไข้รายได้ปานกลางมีแนวโน้มเลือกโรงพยาบาลที่มีภาระ co-pay ต่ำกว่า ซึ่ง PR9 เชื่อว่าบริษัทมีความได้เปรียบด้านความคุ้มค่าต่อราคา นอกจากนี้ PR9 ยังเดินหน้าเน้นการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น ผ่านการลงทุนอุปกรณ์หลักเพิ่มเติม เช่น หุ่นยนต์ผ่าตัด ห้อง cath lab และ ICU/Stroke unit เพื่อยกระดับศักยภาพการรักษาและดึงดูดกลุ่มคนไข้เงินสด (self-pay)
คนไข้ต่างชาติยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในปี 2026
PR9 คงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ระดับสองหลักในปี 2026 แม้เศรษฐกิจในประเทศยังท้าทาย โดยแรงหนุนหลักมาจากการเติบโตต่อเนื่องของคนไข้ต่างชาติ เน้นตะวันออกกลาง การทำตลาดใหม่ (เช่น อินโดนีเซีย) upside จากการส่งต่อคนไข้จากคูเวต และการเพิ่มเตียงผู้ป่วยใน (IPD) สุทธิ 20 เตียงภายใน 3Q26 สำหรับ 1Q26 เราคาดกำไรปกติลดลงเล็กน้อย q-q จากปัจจัยฤดูกาลช่วงรอมฎอน แต่ยังเติบโต y-y ทั้งนี้ เราประเมินรายได้ปี 2026 เติบโตแบบระมัดระวังที่ 8% y-y (ปี 2025: +14%) และกำหนดสมมติฐาน EBITDA margin ที่ 25% (+1.0ppt) จาก GPM ที่กว้างขึ้นและการคุม SG&A อย่างมีประสิทธิภาพ
คาดกำไรเติบโตสองหลัก คงคำแนะนำซื้อ
เราคงคำแนะนำซื้อ PR9 และยังเป็น Top Pick ของกลุ่ม พร้อมคงประมาณการกำไรปกติ โดยคาดว่าจะเติบโต 16% ในปี 2025 และ 12% ในปี 2026 ประเด็นแรงกดดันจากการตั้งสำรองลูกหนี้กลุ่มคนไข้สวัสดิการจากตะวันออกกลางได้คลี่คลาย ซึ่งเราคาด downside ต่อกำไรเพียง 2–3% และคาดว่าจะไม่มีการตั้งสำรองในช่วง 4Q25–3Q26 ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ 16x 2026E P/E (-1.5SD จากค่าเฉลี่ยการซื้อขายย้อนหลัง 5 ปี) และมี PEG ปี 2026 ที่ 1.4x ต่ำสุดในกลุ่ม







