บล.บัวหลวง:
Thai Oil (TOP TB /TOP.BK)
กำไรหลักไตรมาส 4/68 เติบโตดี พร้อมแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องไปในไตรมาส 1/69
เราคาดกำไรหลักจะขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/69 ซึ่งจะเป็นแรงหนุนให้ราคาหุ้น TOP ปรับขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้มูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยมี PBV ณ สิ้นปี 2569 เพียง 0.5 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 ที่ 6.0%
กำไรหลักไตรมาส 4/68 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2,260 ล้านบาท ลดลง 18% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ ขณะที่คาดกำไรหลักอยู่ที่ 5,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% YoY และพลิกกลับ QoQ ปัจจัยหนุนการเติบโตของกำไรหลักอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงขึ้น 2) ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น 3) อัตรากำไรธุรกิจอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้น และ 4) อัตรากำไรธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นที่เพิ่มขึ้น
เราคาดอัตราการใช้กำลังการกลั่นของ TOP ในไตรมาส 4/68 จะอยู่ที่ 113% ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้นจาก 82% ในไตรมาส 3/68 ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานอะโรเมติกส์อยู่ที่ 77% ลดลงจาก 80% ในไตรมาส 4/67 แต่เพิ่มขึ้นจาก 39% ในไตรมาส 3/68 เราคาดอัตราการใช้กำลังการกลั่นของโรงงานน้ำมันหล่อลื่นจะอยู่ที่ 93% เพิ่มขึ้นจาก 83% ในไตรมาส 4/67 และ 54% ในไตรมาส 3/68 โดยอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่น โรงงานอะโรเมติกส์ และโรงงานน้ำมันหล่อลื่นปรับเพิ่มขึ้น QoQ หลังจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาส 3/68 เราคาดค่าการกลั่นอยู่ที่ 9.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 5.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/67 และ 3.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/68 ขณะที่ค่าการกลั่นตลาดรวม (market GIM) คาดอยู่ที่ 11.6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 7.1 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/67 (จากการขยายตัวของค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่น) และ 5.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/68 (จากการขยายตัวของค่าการกลั่น ส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ และส่วนต่างราคาน้ำมันหล่อลื่น)
ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 และตลอดปี
ค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์มีแนวโน้มทรงตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 หนุนโดยอุปสงค์ตามฤดูกาลที่สูงของผลิตภัณฑ์ middle distillates (ก๊าซโซลีนและน้ำมันเครื่องบิน/เคโรซีน) ภายใต้ภาวะอุปทานที่ตึงตัวจากฤดูกาลหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะพีคในเดือน มี.ค. การบริโภคผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2569 หนุนโดยอุปสงค์ดีเซลและก๊าซโซลีนที่แข็งแกร่งขึ้น (จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะอินเดีย) และอุปสงค์น้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น (การเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้น นำโดยจีน)
ในฝั่งอุปทาน กำลังการกลั่นใหม่ที่วางแผนจะเพิ่มขึ้นยังต่ำกว่าการเติบโตของการบริโภคผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นทั่วโลกในปีนี้ ดังนั้นค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในช่วง 5.0–5.5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 ใกล้เคียงกับระดับ 5.4 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569
คาดกำไรหลักไตรมาส 1/69 ขยายตัว YoY
นอกจากค่าการกลั่น อัตรากำไรธุรกิจอะโรเมติกส์และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นมีแนวโน้มขยายตัว YoY ซึ่งจะหนุนให้ค่าการกลั่นตลาดรวมปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/69 ดังนั้น TOP มีแนวโน้มรายงานกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY
ในแง่ของ QoQ ค่าการกลั่นที่ยังแข็งแกร่ง อัตรากำไรธุรกิจอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้น และอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่น โรงงานอะโรเมติกส์ และโรงงานน้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยหนุนกำไรหลักให้ทรงตัวแข็งแกร่ง QoQ (หรืออาจปรับลดลงเพียงเล็กน้อย)







