บล.บัวหลวง:
Sansiri (SIRI TB / SIRI.BK)
แผนธุรกิจปี 2569 – ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปหนุนอัพไซด์จากมาร์จิ้น
แผนธุรกิจปี 2569 ของ SIRI สะท้อนการฟื้นตัวอย่างมีวินัย โดยคงมูลค่าการเปิดโครงการใหม่ไว้ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท กำหนดเป้ายอดจองซื้อและการโอนอย่างระมัดระวัง และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่เหนือระดับ 30% ท่ามกลางระดับโครงการพร้อมขายที่บริหารจัดการได้ กำไรไตรมาส 4/68 คาดว่าจะฟื้นตัว QoQ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งและรายการพิเศษ ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.6% ช่วยตอกย้ำภาพ SIRI ในฐานะหุ้นฟื้นตัวที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง
แผนปี 2569: เติบโตอย่างมีวินัย ด้วยพอร์ตโครงการที่สมดุล
SIRI เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ที่สะท้อนแนวทางการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการเร่งลงทุนตามวัฏจักร โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวน 33 โครงการ มูลค่ารวม 5.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโด 2.6 หมื่นล้านบาท (คิดเป็น 51%) และโครงการแนวราบ 2.5 หมื่นล้านบาท (49%) โดยเน้นกลุ่มราคากลางถึงบน และทำเลในกรุงเทพฯ เป็นหลัก บริษัทยังตั้งเป้ายอดจองซื้อสุทธิที่ 4.1 หมื่นล้านบาท และเป้าหมายยอดโอนโครงการที่ 3.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY ซึ่งสะท้อนอัตราส่วนยอดจองซื้อต่อมูลค่าโครงการที่เปิดใหม่ในระดับอนุรักษ์นิยม และการพึ่งพาดีมานด์เชิงเก็งกำไรที่จำกัด ยอดจองซื้อจากลูกค้าต่างชาติคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 7.9 พันล้านบาทในปี 2569 (จาก 7.6 พันล้านบาทในปี 2568) สะท้อนมุมมองของผู้บริหารว่าการกลับมาของผู้ซื้อจากต่างประเทศจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การฟื้นตัวแบบรวดเร็ว ผู้บริหารยืนยันความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่เหนือระดับ 30% ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากวินัยด้าน product mix และการคัดเลือกซื้อที่ดินอย่างระมัดระวัง
มุมมองผู้บริหารปี 2569 – มั่นใจพื้นฐานธุรกิจ
ผู้บริหารมองภาพอุปสงค์–อุปทานในปัจจุบันว่าอยู่ในระดับ “เหมาะสม” และตัดความเสี่ยงของการเทขายคอนโดในวงกว้างออกไปอย่างชัดเจน ระดับโครงการพร้อมขายถูกควบคุมให้อยู่ในกรอบที่บริหารได้ที่ 1.4–1.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นโครงการแนวราบราว 7–8 พันล้านบาท อัตราการหมุนเวียนสต็อกยังอยู่ในระดับดีที่ประมาณ 2 เดือนสำหรับแนวราบ และ 6–8 เดือนสำหรับโครงการคอนโด ช่วยลดความกังวลเรื่องการเร่งระบายโครงการพร้อมขายหรือแรงกดดันต่อมาร์จิ้น ราคาที่ดินโดยรวมทรงตัว โดยอำนาจการต่อรองเริ่มดีขึ้นในทำเลนอกเขต CBD ของคอนโด ซึ่งช่วยพยุงความสามารถในการรักษามาร์จิ้น วินัยด้านเงินทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2–3 พันล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 1.35 เท่าในปี 2568 ขณะที่หุ้นกู้จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทที่จะครบกำหนดในปี 2569 จะมีการรีไฟแนนซ์บางส่วนผ่านการออกหุ้นกู้ใหม่ราว 1.0–1.2 หมื่นล้านบาท
โดยรวมแล้ว มุมมองของผู้บริหารสะท้อนความมั่นใจต่อความชัดเจนของกำไรและการควบคุมงบดุล มากกว่าการเร่งขยายปริมาณโครงการโดยแลกกับผลตอบแทน
พรีวิวไตรมาส 4/68 – เด่นที่มาร์จิ้น หนุนกำไรฟื้นตัว
เราคาดว่า SIRI จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 20% QoQ หนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไรและรายได้ตามฤดูกาล เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง จากโครงการที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น เศรษฐสิริ เกาะแก้ว และคอนโด FLO (ทั้งสองโครงการมีอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 40%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปี 2568 ยังคงอยู่เหนือระดับ 30% นอกจากนี้ กำไรยังได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษมูลค่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก earn-out ของ Hyatt ในด้านเงินปันผล เราคาดว่า DPS ปี 2568 จะอยู่ที่ 0.11 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 8.2% โดยเงินปันผลครึ่งหลังของปี 2568 อยู่ที่ 0.06 บาทต่อหุ้น (yield ราว 4.6%) ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ตอกย้ำภาพ SIRI ในฐานะหุ้นฟื้นตัวที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง







