บล.พาย: 

HMPRO: Home Product Center PCL

คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ลดลง YoY แต่ฟื้นตัว QoQ

เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน 8.50 บาท จาก Valuation ที่น่าสนใจพร้อมปันผลระดับ 6% แม้คาดรายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.5 พันล้านบาท (-11%YoY, +18%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมจากกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือฐานสูงของความต้องการหลังน้ำท่วมภาคเหนือ ปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา แต่คาดฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่แนวโน้ม SSSG ช่วง 1Q26 มีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องจากไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีเหมือนปีก่อน โดยคาดว่าจะมีผลกระทบต่อ SSSG ของ HomePro ราว 1.5% ใน 1Q26

คาดกำไร 4Q25 ลดลง YoY แต่ดีขึ้น QoQ

  • คาดกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.5 พันล้านบาท (-11%YoY, +18%QoQ) ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิม และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น YoY กดดันจากค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าใช้จ่ายการตลาด แม้คาดค่าใช้จ่ายอื่นๆควบคุมได้ดีจากการทำ Hybrid store
  • คาด SSSG ช่วง 4Q25 ของ HomePro ที่ -9% ผลจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่สูงขึ้นในบางกลุ่มสินค้า เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่นอน, Mega Home ที่ -8% ผลจากฐานสูงของความต้องการหลังน้ำท่วมภาคเหนือ ปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้ต้องปิดสาขาเพื่อปรับปรุง 1 เดือน (คาด SSSG ไม่รวมสาขาอรัญประเทศและหาดใหญ่ -4% YoY),และ HomePro Malaysia ที่ -5% จากกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ
  • การขยายสาขาช่วง 4Q25 บริษัทเปิด 7 สาขาใน 4Q25 เกือบทั้งหมดเป็น Hybrid model ประกอบด้วย HomePro 3 สาขา ที่พุทธมณฑลสาย 4 (new location), แหลมฉบัง, อรัญประเทศ, Mega Home 4
    สาขา ที่พุทธมณฑลสาย 4 (new location), ลำลูกกา, เชียงราย, และอำเภอเวียงสระ จ. สุราษฎร์ธานี (new location) ทำให้ ณ สิ้นปี 2025 จะมีจำนวนสาขารวมเป็น 146 สาขา (จาก 136 สาขา ณ สิ้นปี 2024)
    แบ่งเป็น HomePro 100 สาขา (เปิด 6 สาขา), HomePro S 4 สาขา (ปิด 1 สาขา), Mega Home 35 สาขา (เปิด 5 สาขา), และ HomePro Malaysia 7 สาขา (ไม่มีเปิดสาขาระหว่างปี)

คาดแนวโน้ม SSSG ช่วง 1Q26 ยังคงลดลง YoY

  • SSSG เดือน ม.ค.-ก.พ. 2026 มีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องจากไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) เหมือนปีก่อน แม้ว่า SSSG ม.ค.-ก.พ. 2025 จะลดลง 5%-6% YoY เนื่องจากมาตรการลดหย่อนภาษีในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ HomePro จะลดลงจาก 50,000 เหลือ 30,000 บาท (20,000 บาท เป็นสินค้า OTOP) แต่เราคาดว่าจะดีขึ้นใน 2Q26 จากฐานที่ต่ำเนื่องปี 2025 มีผลกระทบด้านสภาพอากาศ
  • กลยุทธ์หลักของบริษัทคือมุ่งเน้นการสร้าง Demand ผ่านการทำโครงการสินค้าเก่าแลกใหม่ (Trade-in) ในสินค้าที่หลากหลายมากขึ้นและสามารถ Trade-in สินค้าข้า category กันได้ และทำโครงการกระตุ้นยอดขายผ่านการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีในทุกๆไตรมาส ซึ่งที่ผ่านมาสามารถกระตุ้นยอดขายได้ ขณะที่แผนระยะยาวเน้นเพิ่มการบริการหลังการขายผ่านช่างโฮมโปร

คำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าน่าดึงดูด

มูลค่าพื้นฐาน 8.50 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 18xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยการซื้อขายของกลุ่มค้าปลีกสินค้าซ่อมแชมและตกแต่งบ้านระดับโลก

- Advertisement -