ยังคงแนะทยอย Take Profit มากกว่าจะไล่ราคา
Market Update
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 588 จุด (+1.2%) รับแรงหนุนจากผู้นำสหรัฐฯ ระงับภาษีในยุโรปและยืนยันไม่ใช้กำลังทหารเข้า Greenland ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.5% ได้ปัจจัยหนุนจากการคาดว่าอุปทาน้ำมันจะตึงตัว
Market Outlook
เมื่อคืนที่ผ่านมานักลงทุนทั่วโลกจับตาไปยังการเดินทางเยือนงาน WEF ของ Trump ณ เมืองดาวอสของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใจความสำคัญของ Trump ได้ระบุว่าทางสหรัฐฯ จะไม่ใช้กำลังการทหารเข้า Greenland และหลังจากนั้นก็ได้ระบุลงใน Truth Social ว่าจากการประชมกับ NATO ได้วางข้อตกลงเกียวกับ Greenland หากข้อตกลงที่เจรจากันไว้สำเร็จจะเป็นผลดีอย่างมากสำหรับสหรัฐฯ และสมาชิก NATO ทั้งหมด ดังนั้นสหรัฐฯ จึงจะไม่เรียกเก็บภาษีที่กำหนดไว้ในวันที่ 1ก.พ. ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวเด่นชัด พร้อมกับราคาทองคำที่ปรับฐานจากเดิมที่เป็นกระแส Sell US Asset กลายเป็นภาพ Buy back นอกจากตลาดหุ้นแล้วยังพบเม็ดเงินกลับเข้ามายังพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ หลังจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะกลับมาพิจารณาที่ผลประกอบการเป็นหลักรวมไปถึงคืนนี้จะมีการประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%MoM (Core PCE) หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น
กลับมาที่ปัจจัยในประเทศ SET INDEX ร้อนแรงต่อเนื้องปรับขึ้นมาราว 5.9% จากจุดต่ำสุดล่าสุด มองประเด็นหนุนหลักมาจากความคาดหวังการเลือกตั้ง ผสานกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าระยะสั้นๆ จากความไม่สงบของโลก สาเหตุอาจเป็นเพราะหุ้นไทย Laggard ผสานกับปันผลสูงและเงินบาทแข็งค่าช่วยเพิ่ม Upside จากอัตราแลกเปลี่ยน แต่อย่างไรก็ตาม เริ่มมองว่า Upside หุ้นไทยอาจเริ่มจำกัดมากขึ้น ด้วยปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนเพราะกลุ่มธนาคารกยอยประกาศผลประกอบการออกมาพบว่าออกไปในทิศทางใกล้เคียงคาดการณ์ หรือต่ำกว่าคาดการณ์ มีเพียง KKP ที่มากกว่าคาดการณ์ โดย (SCB -13%YoY, KBANK -5%YoY , BBL-26%YoY, TTB +3%YoY, KKP +26%YoY ในช่วงเวลา 4Q25) ซึ่งจะพบว่าส่วนใหญ่กำไรลดลงเทียบกับปีก่อน และที่สำคัญกว่านั้นคือสินเชื่อส่วนใหญ่ขยายตัวต่ำหรือลดลงจากไตรมาสก่อน บ่งชี้ถึงปัญหาเศรษฐกิจไทย รวมไปถึงอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้แล้วจำนวนนักท่องเที่ยว YTD ยังคงลดลงเทียบกับปีที่แล้ว การฟื้นตัวของดัชนีที่ไร้แรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานถือเป็นความเสี่ยง
วันนี้ประเมิน SET INDEX ชะลอตัวในกรอบ 1300 – 1325 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือกทยอยทำกำไรมากกว่าจะไล่ราคาจากความเสี่ยงที่รายงานไปเบื้องต้น ส่วนการลงทุนระยะสั้นเลือกหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ TU MINT SPALI AP CPN ICHI
หุ้นแนะนำซื้อวันนี้
AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท)
คาดว่าผลประกอบการปี 26 ยังอยู่ในระดับสูงได้จากฐาน Backiog ที่มีกว่า 21,000 ล้านบาท แม้ยอดขายในปี 25 จะทำได้เพียง 1,234 ไร่ ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2,000 ไร่ โดยผู้บริหารให้ข้อมูลว่ามีลูกค้ากว่า 400 ไร่ที่พร้อมจะเซ็นสัญญาในช่วงต้นปี 26 หลังจากเลื่อนมาจากปลายปี 25 ทำให้มีการปรับเป้ายอดขายปี 26 ขึ้นเป็น 2,800 ไร่ จากเดิม 2,000 ไร่
TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท)
ปี 26 เบื้องต้น TU ยังคาดหวังถึงการเติบโต ทั้งในแง่ของปริมาณขายและการปรับราคาสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษี รวมถึงการเห็นผลดีจากมาตรการปรับโครงสร้างบริษัทที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 24 อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจนถึงคำตัดสินจากศาลว่าจะออกมาเป็นเช่นใด และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบากที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา









