บล.ทรีนีตี้:

ธนาคารกสิกรไทย – KBANK

กำไร 4Q68 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ปี 69 มองกำไรยังอ่อนตัวต่อเนื่อง

  • กำไร 4Q68 อยู่ที่ 10,278 ล้านบาท (-21%QoQ, -5%yoY) ต่ำกว่าคาตราว 8%
  • สินเชื่อตัวดีในช่วงปลายปี แต่ NIM อ่อนตัวลงค่อนข้างมาก
  • ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากตามฤดูกาล  ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ค่อนข้างทรงตัว สะท้อนภาพของสัดส่วน NPL ที่ค่อนข้างทรงตัวเช่นกัน แต่ในไตรมาสนี้มีการตัดหนี้สูญค่อนข้างมาก บวกกับยังเห็นแนวโน้ม Stage 2 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพหนี้ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดู
  • ปรับประมาณการกำไรปี 69 ลงราว 7% จากประมาณการก่อนหน้ามาอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท (-5%YoY) เพื่อสะท้อนภาพสินเชื่อที่อาจทำได้เพียงทรงๆ และ NIM ที่คาดว่าจะอ่อนตัว ขณะที่ค่าใช้จายสำรองหนี้คาดว่าจะยังลดลงไม่ได้มาก เนื่องจากแนวโน้มคุณภาพหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังต้องจับตาดู

กำไร 4Q68 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย 

KBANK ประกาศกำไร 4Q68 ที่ 10,278 ล้านบาท, อ่อนตัว 21%QoQ และ 5%YoY ต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าราว 8% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลงราว 4%QoQ แม้ว่าสินเชื่อในช่วงปลายปีจะเติบโตได้ถึง 2.5%QoQ แต่ NIM ปรับตัวลงถึง 19 bps ตามการลดดอกเบี้ยนโยบาย ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลงเล็กน้อย 1%QoQ แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลงได้ ขณะที่ค่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 10%QoQ ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดตามฤดูกาล สำหรับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1%QoQ สะท้อนภาพของสัดส่วน NPL ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.19% ใน 3Q68 มาอยู่ที่ 3.20% ใน 4Q68 อย่างไรก็ตาม สัดส่วน NPL ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.19% ใน 3Q68 มาอยูที่ 3.20% ใน 4Q68 อย่างไรก็ตามสัดสวน NPL ที่เพิ่มขึ้นไม่มาก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากระหว่างไตรมาสทางธนาคารมีการตัดหนี้สูญไปค่อนข้างมากราว 6.0 พันล้านบาท (3Q68 อยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท) ขณะที่สัดส่วน Stage2 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 8.6% จาก 8.4% ใน 3Q68 ทำให้คุณภาพหนี้ ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดู โดยเฉพาะลูกหนี้ในกลุ่ม SME และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

อาจเห็นกำไรปี 69 อ่อนตัว

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 ลงราว 7% จากประมาณการก่อนหน้ามาอยู่ที่ 47,076 ล้านบาท อ่อนตัวราว 5%YoY โดยมีแรงกดดันจากภาพเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ทำให้คาดสินเชื่อค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ NIM อาจอ่อนตัวลง จากการลดดอกเบี้ยในช่วงปีก่อนที่จะเห็นผลกระทบเต็มปีในปีนี้ แม้ว่าเงินฝากประจำที่จะทยอยครบกำหนดและปรับดอกเบี้ยใหม่ ซึ่งจะพอช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้บาง ขณะที่คาดค่าใช้จ่ายสำรองหนี้อาจลดลงไม่มาก แม้ว่าสำรองส่วนเกินจะค่อนข้างสูง แต่แนวโน้มคุณภาพหนี้ในลูกหนี้บางกลุ่มยังต้องจับตาดู

ปรับลดคำแนะนำเหลือเพียง “ถือ”

จากการปรับลดประมาณการกำไร ทำให้เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ใหม่มาอยู่ที่ 186 บาท อิง PBV 0.7 เท่า ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันไม่มี upside จากราคาเป้าหมาย แม้คาดธนาคารจะยังคงจ่ายปันผลในระดับสูงที่ราว 6-7% ก็ตาม เราจึงปรับลดคำแนะนำเหลือเพียง “ถือ”

ความเสี่ยง: การชะลอตัวของเศรษฐกิจ / คุณภาพหนี้ที่แย่ลง

- Advertisement -