บล.ทรีนีตี้:

ไทยออยล์– TOP

TOP: ความคืบหน้า CFP ลด Downside ด้านงบลงทุน ตอกย้ำ Game Changer ของธุรกิจโรงกลั่น

CFP Update

TOP ได้อัปเดตความคืบหน้าโครงการ Clean Fuel Project (CFP) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนหลักของบริษัท โดยปัจจุบันโครงการได้เปลี่ยนรูปแบบการบริหารจาก EPC มาเป็น EPCM และเสร็จสิ้นช่วง Transition แล้วตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ในปีนี้เข้าสู่ช่วง Execution Phase เต็มรูปแบบอย่างชัดเจน ฝ่ายบริหารยืนยันว่าโครงการยังเดินหน้าตามแผนหลัก โดยตั้งเป้า Start Up ของ CDU-4 Complex ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2027 และคาดว่าจะสามารถเปิด COD ได้ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2028 ทั้งนี้ บริษัทพยายามเร่งความคืบหน้าให้เร็วกว่าแผนเดิม

ในด้านงานก่อสร้าง โครงการ CFP มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน โดย Residue Hydrocracker, Hydrocracker-3 และ ERU รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ที่จะทยอยแล้วเสร็จตามลำดับ บริษัทมีการเร่งจำนวนแรงงานก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2026–2027 เพื่อให้สามารถรองรับการทดสอบระบบและการ Commissioning ได้ตามแผนที่วางไว้ ฝ่ายบริหารระบุว่าผู้รับเหมาหลักส่วนใหญ่ได้รับการคัดเลือกครบถ้วนแล้ว และมีศักยภาพเพียงพอในการส่งมอบงานตามกรอบเวลา

ด้านงบลงทุน CFP บริษัทยังคงกรอบงบรวมที่ประมาณ 7.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยงบที่ยังเหลืออยู่ราว 2.36 พันล้านดอลลาร์ ผู้บริหารตั้งเป้าหมายประหยัดต้นทุนประมาณ 10–12% ของงบที่เหลือ ผ่านการบริหารผู้รับเหมา การจัดลำดับงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งประเมินเป็นมูลค่าการประหยัดงบในระดับ 250–300 ล้านดอลลาร์ หากสามารถควบคุมการดำเนินงานได้ตามแผน ถือเป็นปัจจัยบวกต่อผลตอบแทนโครงการและช่วยจำกัด Downside ด้าน Capex

นอกจากนี้ Asset Monetization ส่งผลให้บริษัทได้รับเงินสดสุทธิราว 1.8 หมื่นล้านบาท และนำไปใช้ลดภาระหนี้ ผ่านทั้งการทำ Bond Buyback และการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ส่งผลให้ระดับ Net Debt/EBITDA ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงินระหว่างรอการเปิดดำเนินการของ CFP ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงย้ำเป้าหมายการรักษา Investment Grade และการมี Financial Buffer ที่เพียงพอรองรับความผันผวนในอนาคต

สำหรับมุมมองธุรกิจโรงกลั่น ฝ่ายบริหารมองว่าภาพรวมค่าการกลั่น (GRM) ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง จากการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ทั่วโลกที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับการเติบโตของอุปสงค์ รวมถึง Crack Spread ของผลิตภัณฑ์หลักที่ยังอยู่ในระดับดี เมื่อ CFP เดินเครื่องเต็มที่ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้ crude หนัก และยกระดับ Product Slate ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งจะเป็นแรงหนุนต่อ Margin เชิงโครงสร้างในระยะยาว

ความเห็น

เรามองว่าการอัปเดตโครงการ CFP ครั้งนี้สะท้อนความคืบหน้าของโครงการ CFP อย่างชัดเจน โดยความเสี่ยงด้าน Timeline และงบลงทุนเริ่มอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้มากขึ้น ขณะที่ฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้นจาก Asset Monetization ช่วยลดแรงกดดันในช่วงก่อน COD เรามอง CFP เป็นปัจจัยหนุนหลักในระยะกลางถึงยาว และเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ TOP มีศักยภาพแข่งขันเหนือโรงกลั่นในภูมิภาค แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านการก่อสร้างและ Ramp-up อย่างใกล้ชิดก็ตาม

คงคำแนะนำ ยังคงแนะนำ Trading Buy แนวโน้ม GRM ยังคงแข็งแกร่ง ต้นทุน crude premium ลดลง ราคาเป้าหมาย 43 บาท

- Advertisement -