บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

SCB X (SCB TB)

เตรียมรับแรงกดดันจาก NIM ที่ลดลง

คําแนะนํา “ถือ” ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 130 บาท

เรายังคงคําแนะนํา “ถือ” และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 130 บาท (อิง P/BV ปี 68 ที่ 0.87 เท่า และ ROE 9.7%) จากเดิม 135 บาท หลังจากปรับลดประมาณการกําไรเพื่อสะท้อนเป้าหมายทางการเงินปี 2569 เราคาดว่ากําไรในปี 2569 จะลดลง 9% YoY เนื่องจากการลดลงของต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) ไม่น่าจะชดเชยแรงกดดันจาก NIM ที่ลดลง และกําไรจากเงินลงทุนที่อ่อนตัวลงได้ แม้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลจะอยู่ในระดับน่าสนใจที่ 7.4% (อิงอัตราการจ่ายปันผล 80% ในปี 2569) แต่เรามองว่าราคาหุ้นมีอัพไซด์จํากัด จากมูลค่าหุ้น (valuation) ที่ค่อนข้างสูงที่ PER 10.8 เท่าในปี 2569 โดยในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เราเลือก KTB เป็นหุ้นเด่น จาก ROE ที่สูง โครงสร้างสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ํา และโอกาสในการซื้อหุ้นคืน

ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมเพื่อชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลง

ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ CEO ได้ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ได้แก่ การเติบโตของสินเชื่อ 2–5% และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 5–8% ขณะที่ NIM มีแนวโน้มลดลงจาก 3.44% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 3.0–3.2% ในปี 2569 ภายใต้สมมติฐานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps ภายในปีนี้ เราเชื่อว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อไปสู่สินเชื่อคุณภาพสูง รวมถึงผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ จะเป็นแรงกดดันต่อ NIM เพิ่มเติม โดยสินเชื่อไม่มีหลักประกันและสินเชื่อจํานําทะเบียนซึ่งให้ผลตอบแทนสูง ปรับลดลงในอัตราเลขสองหลัก YoY ในปี 2568 อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกคือรายได้ค่าธรรมเนียมมีแนวโน้มเติบโต YoY จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่ง ค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น และธุรกิจประกันผ่านธนาคาร (bancassurance)

Credit cost ลดลงจากการตั้งสํารองล่วงหน้าและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในสินเชื่อผลตอบแทนสูง

ผู้บริหารคาดว่า credit cost จะลดลง YoY มาอยู่ที่ 135–155 bps ในปี 2569 จาก 174 bps ในปี 2568 โดย credit cost ปกติอยู่ที่ 155 bps หลังจากธนาคารตั้งสํารองพิเศษเพิ่มเติม 4.5 พันล้านบาทในปี 2568 ธนาคารคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้น จาก NPL ที่ลดลงในกลุ่มบัตรเครดิตและสินเชื่อไม่มีหลักประกัน หลังจากมีการเข้มงวดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ โดยสรุป เราเชื่อว่าธนาคารจะมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม การควบคุมค่าใช้จ่าย และการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ พร้อมคงการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

กําไร 4Q68 ต่ํากว่าคาดจาก NIM ที่ลดลง ปรับลดประมาณการกําไรปี

กําไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 1.01 หมื่นล้านบาท ลดลง 13% YoY จาก NIM ที่อ่อนตัว สินเชื่อทรงตัว QoQ ขณะที่ NIM ลดลง 20 bps QoQ จากผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลง รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยในปี 2568 เพิ่มขึ้น 22% YoY จากค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกําไรจากเงินลงทุน ค่าใช้จ่ายดําเนินงานลดลง 7% YoY จากการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่งผลให้อัตราส่วน Cost-to-income ลดลง 1.8 ppts YoY มาอยู่ที่ 40.6% ในปี 2568 อย่างไรก็ดี อัตรา NPL และการก่อตัวของ NPL เพิ่มขึ้น QoQ โดยมีแรงกดดันหลักจากสินเชื่อ autoX และ SME เราจึงปรับลดประมาณการกําไรปี 69–70 ลง 2–4% เพื่อสะท้อน NIM ที่ต่ํากว่าคาดใน 4Q68 และเป้าหมายทางการเงินปี 2569

- Advertisement -