บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)
Thai Life Insurance (TLI TB)
แรงหนุนใหม่กำลังเข้ามา
คงคำแนะนำ “ซื้อ” อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมรับอัปไซด์
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 13.50 บาท โดยเรามองว่า TLI มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการที่ AIA ประกาศหยุดขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ซึ่งอาจหนุนให้ TLI ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 2Q69 เป็นต้นไป และสร้างอัพไซด์ต่อกำไรได้ราว 3–8% ทั้งนี้หากไม่รวมปัจจัยดังกล่าว เรายังคงคาดว่ากำไรในช่วงปี 2569–70 จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 6% ขณะที่ด้าน valuation ยังน่าสนใจ ซื้อขายที่เพียง P/EV 0.6 เท่า ต่ำกว่าบริษัทประกันระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 5% และมีโอกาสเพิ่มอัตราการจ่ายได้อีก นอกจากนี้ เรายังมองว่า TLI อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการดึงดูดกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผล และจากพอร์ตที่มีน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคารสูง
มีโอกาสได้ประโยชน์จากการที่ AIA เปลี่ยนมาใช้ Copay เต็มรูปแบบ
AIA ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งเบี้ยประกันสุขภาพ 43% (ข้อมูล 11M68) จะยุติการขายประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย และเปลี่ยนไปขายประกันแบบ Copay ทั้งหมดตั้งแต่ มี.ค. 2569 เราเชื่อว่าประกันแบบเหมาจ่ายแบบเดิมยังมีความน่าสนใจกว่า จากความคุ้มครองที่ครอบคลุม ความแน่นอนของค่าใช้จ่าย และความยืดหยุ่นในการเลือกสถานพยาบาล ซึ่งเบี้ยประกันที่ถูกลงของ Copay อาจไม่สามารถชดเชยข้อจำกัดเหล่านี้ได้ ทำให้ลูกค้าบางส่วนมองหาทางเลือกอื่นจากบริษัทประกันอื่น ในบริบทนี้ TLI ซึ่งยังคงนำเสนอประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายด้วยราคาที่แข่งขันได้ และมีเครือข่ายตัวแทนที่แข็งแกร่ง จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด เราประเมินว่า หากส่วนแบ่งตลาดประกันสุขภาพของ TLI เพิ่มขึ้นทุกๆ 5% จากระดับปัจจุบันที่ 9.6% จะสร้างอัพไซด์ต่อกำไรของ TLI ราว 3–8% ในช่วงปี 2569–71
การเติบโตของกำไรแข็งแกร่ง หนุนโดยเบี้ยประกันและ CSM
เราคาดว่ากำไรในช่วงปี 2569–70 จะเติบโต 6% (ยังไม่รวมอัพไซด์จากส่วนแบ่งตลาดที่อาจเพิ่มขึ้น) หนุนจาก 1) การเติบโตของ APE (เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี) ที่ 6% นำโดยประกันสุขภาพ และ 2) ฐาน CSM (กำไรรอรับรู้) ขนาดใหญ่ที่ 9.1–9.7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ในระยะสั้น เราคาดว่ากำไร 4Q68 อาจไม่โดดเด่นนัก อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (+2% YoY, ทรงตัว QoQ) จากฐานที่สูงของยอดขายประกันสุขภาพปีก่อน และค่าเคลมที่คาดสูงขึ้นจากการระบาดของไข้หวัด อย่างไรก็ดี กำไรยังคงเติบโต YoY และเราเชื่อว่าตลาดจะมองข้ามภาพระยะสั้น และให้น้ำหนักกับแนวโน้มกำไรระยะกลางที่แข็งแกร่ง
Valuation น่าสนใจ มีโอกาสรับเงินลงทุนไหลเข้า
TLI ซื้อขายที่ P/EV 0.6 เท่า ต่ำกว่า AIA ที่ 1.7 เท่า และต่ำกว่าบริษัทประกันระดับโลกโดยรวม ขณะที่หุ้นมีโอกาส upside จากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด นอกจากนี้อัตราเงินปันผลอยู่ในระดับน่าสนใจที่ 5% และมีโอกาสปรับเพิ่มจากฐาน CAR สูงถึง 569% รวมถึงการที่ คปภ. เพิ่งปรับลดเงินกองทุนที่ต้องกันสำหรับความเสี่ยงการลงทุนในหุ้นไทย (risk charge) เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 คาดว่าจะหนุน CAR เพิ่มขึ้นอีกราว 20% และเมื่อเทียบกับหุ้นธนาคารไทยที่ปรับขึ้นราว 20% ตั้งแต่ต้นปี 2568 (vs TLI ที่เพิ่มขึ้นเพียง 2%) เรามองว่ามีโอกาสที่ flows จะหมุนมาเข้า TLI มากขึ้น หนุนจาก 1) การเติบโตของกำไรในปี 2569 ที่ 6% พร้อมอัพไซด์ เด่นกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารที่ -4.5% และ 2) อัตราเงินปันผลของกลุ่มธนาคาร (5–7%) และ P/BV ที่ใกล้เคียงกัน (ราว 0.8 เท่า) แต่ TLI มีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีประเด็นด้านคุณภาพสินทรัพย์








