เก่งหลังเกมส์
SET Index เพิ่มขึ้น 2.75 จุด (+0.21%) ปิดที่ระดับ 1,314 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 177 บริษัท, ปรับลง 245 บริษัท) ประคองตัวนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE) และ กลุ่มโรงพยาบาล (BH, PR9) ส่วน Sector ที่ปรับลง คือ กลุ่มธนาคาร (BBL, TTB, SCB), กลุ่มอาหาร&เครื่องดื่ม (CPF, CBG, BTG, OSP), ค้าปลีก (HMPRO, GLOBAL, CRC) และ กลุ่มท่องเที่ยว (MINT, CENTEL, ERW)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
DELTA (+2.33%) มีจิตวิทยาบวกจากยอดส่งออกไทยเดือน ธ.ค. +16.8%y-y มากกว่าที่ Consensus คาดไว้ที่ +8%y-y สินค้ากลุ่มชิ้นส่วนฯ โตแรง +51.5%y-y บวกเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน ลุ้นบวกกับยอดขายและรายได้ของ DELTA ใน 4Q25F (คาดประกาศงบ 13 ก.พ.2026)
ADVANC (+2.33%), GULF (+0.54%) มีจิตวิทยาบวกจากข่าว ADVANC + GULF จับมือ Google ร่วมผลักดัน AI และ Data Center ในไทยและภูมิภาค ผสานได้กระแสเงินไหลออกจากหุ้น TRUE ประเด็น Telenor ลดสัดส่วนการถือหุ้น
TOP (+2.44%) นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 37.25 เป็น 49 บาท จากต้นทุนส่วนเพิ่มโครงการ CFP ต่ำกว่าแผนเดิมราว 17% หรือคิดเป็นมูลค่าเงินที่ประหยัดได้ราว 300 ล้านเหรียญ ผสานผลบวกจากเวเนซุเอลาเตรียมส่งออก heavy crude เป็นบวกกับ TOP โดยตรง เนื่องจากโครงการ CFP สามารถกลั่น heavy crude ได้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มค่าการกลั่นให้ TOP (ปัจจุบันใช้ light crude 100% ซึ่งราคาแพง)
MINT (-2.55%), ERW (-1.75%), BA (-1.92%), AOT (-0.48%) มีจิตวิทยาลบจากข่าวอินเดียเร่งคุมการระบาดของ ไวรัสนิปาห์ หลังพบผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 5 ราย ในรัฐเบงกอลตะวันตก พร้อมสั่งกักตัวประชาชนเกือบ 100 คน เพื่อสกัดการระบาด (ไทยมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียราว 2.5 ล้านคนคิดเป็น 7.6% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด)
GPSC (-5.23%) Analyst meeting โทนเป็นลบคาดกำไรสุทธิ 4Q25F อาจจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เดิม









