บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)
Tourism Sector: ความกังวลต่อสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ระบาดล่าสุด (Overweight)
Event
อัปเดตข่าวการระบาดของไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย
Impact
ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียรวม 5 รายแล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศ The Independent รายงานว่า หน่วยงานสาธารณสุขของอินเดียได้ยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (NiV) รวม 5 ราย โดยมีผู้สัมผัสใกล้ชิดมากกว่า 100 รายที่อยู่ระหว่างการกักกันตัวในรัฐเบงกอลตะวันตก ทางตะวันออกของอินเดีย โดยผู้ติดเชื้อ 2 รายล่าสุดเป็นพยาบาลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เมืองโกลกาตา ซึ่งมีรายงานว่าแสดงอาการคล้ายไข้หวัดก่อนที่อาการจะทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว
ตามรายงานดังกล่าว ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกปี 2541 ในกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสุกรในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยสัตว์จำพวกค้างคาวผลไม้ (Pteropus bats) เป็นแหล่งโรคตามธรรมชาติของไวรัสชนิดนี้ เชื่อว่าค้างคาวดังกล่าวเป็นพาหะของไวรัสโดยธรรมชาติ และอาจทิ้งน้ำลายบนผลไม้ที่กัดกินหรือปนเปื้อนแหล่งน้ำด้วยปัสสาวะ เมื่อสัตว์ต่าง ๆ อย่างสุกรบริโภคแหล่งที่ปนเปื้อนเหล่านี้ จะเกิดอาการป่วยรุนแรง และไวรัสสามารถแพร่จากสัตว์สู่คนได้ เมื่อมนุษย์ติดเชื้อแล้ว ไวรัสสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งของผู้ป่วย
ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์นี้:
- การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ (Geographical Shift): หลังจากที่การเฝ้าระวังส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่รัฐเกรละมา (Kerala) หลายปี การกลับมาพบการระบาดในพื้นที่ฝั่งตะวันออกสะท้อนให้เห็นว่า แหล่งกักเก็บเชื้อในสิ่งแวดล้อม (ค้างคาวที่ติดเชื้อ) ยังคงมีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
- ช่องว่างด้านวัคซีน (Vaccine Void): แม้ไวรัสนิปาห์จะถูกจัดให้เป็น “เชื้อก่อโรคที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น” (priority pathogen) โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสที่ได้รับการรับรอง การรักษาจึงพึ่งพาการดูแลแบบประคับประคองอย่างเข้มข้น และการใช้ยาทดลองภายใต้หลัก “compassionate use”
- ความท้าทายด้าน “One Health”: การเกิดการระบาดซ้ำสะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างการขยายตัวของพื้นที่อยู่อาศัยของมนุษย์กับสัตว์ป่า เมื่อค้างคาวผลไม้สูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ จึงเคลื่อนเข้ามาใกล้ชุมชนมนุษย์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของการแพร่เชื้อข้ามสายพันธุ์ (spillover) จึงเพิ่มสูงขึ้นด้วย
- ความเปราะบางของระบบสาธารณสุข (Healthcare Vulnerability): ความจริงที่ว่าคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อในรอบนี้ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ สะท้อนถึงช่องว่างในการคัดกรองผู้ป่วยระยะแรก และความจำเป็นในการใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด (barrier nursing) มากขึ้น เมื่อมีผู้ป่วยที่มีไข้และภาวะหายใจลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เรามองว่าประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยปี 2569F ที่ 34.2 ล้านคน (+3.8% YoY) อาจมี downside risk หากสถานการณ์การระบาดในอินเดียทวีความรุนแรงขึ้น
- บทเรียนจากการระบาดของ COVID-19 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย เพราะภาครัฐอาจออกมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อจำกัดการเดินทางเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรณีที่เกิดการระบาดรุนแรง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากอินเดียคิดเป็นสัดส่วน 7.5% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 2568
Valuation & Action
เรามองว่า ปัจจัยการระบาดของไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดียนำมาสู่จิตวิทยาทางลบ และความเสี่ยงต่อรายได้ที่อาจลดลงจากกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ ได้ หากการระบาดเกิดเป็นวงกว้าง ซึ่งเรายังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนต่อประมาณการในขณะนี้ ทั้งนี้ เรายังคงติดตามการเปลี่ยนแปลงต่อไป
Risk
โรคระบาด เศรษฐกิจโลกถดถอย และความไม่สงบทางการเมือง







