ภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นแรงกดดัน ล่าสุดเช้านี้ทรัมป์ระบุจะขึ้นภาษีเกาหลี

Market Update

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 313 จุด (+0.6%) ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Tech โดยรอติดตามผลประกอบการจากนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.4% แรงหนุนจากพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

Market Outlook

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทน พบว่าขยายตัว 5.3%MoM ดีกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 3.1%MoM ปัจจัยหนุนหลักมาจากคำสั่งซื้อหมวดยานพาหนะ โดยเฉพาะเครื่องบินพาณิชย์แม้ไม่รวมสินค้าเกี่ยวกับยานพาหนะก็จะพบว่าขยายตัวได้ดีที่ +0.7% มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ +0.3% โดยมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในกลุ่ม Technology (AAPL +2.9% MSFT +0.9% META +2% ALPHABET +1.6%) คาดว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการก่อนที่จะทยอยรายงานในสัปดาห์นี้ แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับทรัมปีเล็งจะขึ้นภาษีนำเข้าจากแคนาดา 100% ก็ตามแต่ ตลาดก็ดูจะไม่ได้ให้น้ำหนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่านักลงทุนเชื่อว่าคงไม่สามารถปรับขึ้นได้ขนาดนั้น คืนนี้มีหุ้นรอประกาศผลประกอบการ ได้แก่ United Health , Boeing แต่ที่สำคัญได้แก่ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในวันพุธอย่าง Microsoft, META, TESLA ด้านราคาทองคำพบว่าหลังจากปรับขึ้นไปทดสอบ 5100 เริ่มมีแรงขายออกมา อย่างไรก็ตามปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนทองคำไม่ว่าจะเป็นความไม่สงบภูมิรัฐศาสตร์ การอ่อนค่าของ Dollar

เมื่อกลับมาที่ปัจจัยในประเทศจะพบว่า SET INDEX เริ่มชะลอตัวเผชิญแรงขายต่อเนื่อง และนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อก่อนหน้าพบว่าเริ่มเปลี่ยนเป็นขายสุทธิวานนี้ขายสุทธิ 1.2 พ้นล้านบาท เป็นไปตามที่ประเมินไว้ว่า Upside ยังดูจำกัดเนื่องจากผลประกอบการไม่เด่น จากกำไรกล่มธนาคารลดลง YoY ขณะที่คาดการณ์ว่าค้าปลีกส่วนใหญ่ก็จะลดลง YoY ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวแบบต่ำๆ แม้จะมีการเลือกตั้ง แต่ก็เชื่อว่าผลบวกจำกัด คืนนี้รอติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 90.6

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1295 – 1320 ตลาดยังดูไร้ปัจจัยหนุน ขณะที่ต่างประเทศยังมีแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ล่าสุดมีรายงานว่าทรัมป์จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีเป็น 25% เพราะมองว่าเกาหลีไม่ทำตามข้อตกลงที่หารือกันไว้ช่วงปีที่แล้ว ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางปัจจัยกดดันภายนอก จึงเน้นที่หุ้นภายในที่กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตได้ อาทิ เครื่องดื่ม (TACC ICHI) รอหาจังหวะสะสมกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL SCB KTB) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD) เช้านี้บาทอ่อน ค่ามาทดสอบ 31.18 ดีระยะสั้นกับหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้

TACC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท)

มีปัจจัยบวกจากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเห็นการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายให้กับร้านกาแฟพันธ์ไทยที่มีการขยายสาขาอย่างมาก ขณะที่ยอดขายของกลุ่ม 7-11 ยังเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้ในปี 26 ผู้บริหารมีการเปิดเผยว่ามีแผนลงทุนในธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้อีกทาง

KKP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)

แม้การขยายสินเชื่อฟื้นตัวจำกัด คุณภาพสินเชื่อที่มีเสถียรภาพดีขึ้น และรายได้ที่มีใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นลดทอนผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยรับลดลง เราคาดกำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5% และ ROE เพิ่มชึ้นเป็น 9.4%

- Advertisement -