บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
EASTERN POLYMER GROUP (EPG TB)
คาดกำไรปกติ 3QFY26 ลดลงตามฤดูกาล
- คาดกำไรปกติ 3QFY26 ลดลง q-q ตามฤดูกาล และการควบคุมค่าใช้จ่ายช่วยชดเชยธุรกิจ Aeroklas ที่อ่อนแอตามอุตสาหกรรมยานยนต์
- การควบคุมต้นทุน ราคาวัตถุดิบที่ปรับลง และธุรกิจ Aeroflex/EPP ที่มีเสถียรภาพ ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง
- คงคำแนะนำซื้อ จากธุรกิจที่แข็งแกร่งและ Valuation ที่ถูก
คาดกำไรปกติ 3QFY26 ลดลง q-q ตามฤดูกาล
ภาพรวมผลประกอบการใน 3QFY26 (ต.ค.-ธ.ค. 2025) ชะลอ q-q เพราะเป็น low season ของภาคการผลิตทั้งธุรกิจฉนวน (Aeroflex) และชิ้นส่วนยานยนต์ (Aeroklas) โดยเฉพาะ Aeroklas ที่มีสัดส่วนต่อรายได้รวมราว 48% และยังเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของบริษัทร่วม อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลงต่อเนื่อง การควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารอย่างเข้มข้น และในไตรมาสนี้ไม่มีการตั้งสำรอง ECL ของบริษัทร่วมในแอฟริกาใต้ ช่วยลดทอนผลของฤดูกาลได้บ้าง เราจึงคาดกำไรปกติ 277.3 ล้านบาท ลดลง 8.4% q-q แต่เพิ่มขึ้น 34.2% y-y จากราคาวัตถุดิบลดลง
Aeroklas ยังคงอ่อนแอตามอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
เราคาดรายได้ของ Aeroklas ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลียยังคงอ่อนแอ จากภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่ซบเซาและปัจจัยฤดูกาลช่วงปลายปี โดยคาดรายได้ -3.9% q-q และ -6.4% y-y เป็น 1,600.6 ล้านบาท หดตัว y-y ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 แต่เชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับดีขึ้นเล็กน้อย q-q จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบที่ดีขึ้น แม้ยังต่ำกว่าปีก่อน ข้อดีคือบริษัทร่วมในแอฟริกาใต้เริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาสก่อน เราคาดว่าจะมีกำไรต่อเนื่องในไตรมาสนี้ ส่วนปัญหาค่าใช้จ่ายที่สูงของ TJM จนกดดันกำไรยังคงมีอยู่ บริษัทยังต้องจัดการในส่วนนี้ต่อไป
Aeroflex มีเสถียรภาพ ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของ EPP มีแนวโน้มดีขึ้น
ธุรกิจ Aeroflex ซึ่งเป็นพระเอกตลอดกาลของ EPG เราคาดรายได้ในไตรมาสนี้ชะลอเล็กน้อยตามฤดูกาล -7.0% q-q, +5.2% y-y เป็น 1,034.2 พันล้านบาท ตลาดฉนวนในสหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของบริษัทยังแข็งแกร่ง บริษัททยอยปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่ เม.ย. 2025 ขณะที่วัตถุดิบยังคงเป็นราคาเดิมที่นำเข้าไปก่อนที่ภาษีทรัมป์จะมีผล และมีพอใช้ถึงเดือน ก.พ. นี้ อัตรากำไรขั้นต้นจึงคาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน รายได้จากธุรกิจ EPP คาด +6.0% q-q ตามฤดูกาล และได้รับอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลง ดังนั้น เราจึงคาดรายได้รวมที่ 3,354.6 ล้านบาท (-3.0% q-q, -1.5% y-y) คาดอัตรากำไรขั้นต้น 32.5% ใกล้เคียงไตรมาสก่อนและมีกำไรปกติ 277.3 ล้านบาทดังกล่าว
การคุมต้นทุนและรายจ่ายช่วยชดเชยธุรกิจยานยนต์ที่อ่อนแอ
หากเป็นไปตามคาด รายได้ 9MFY26 (เม.ย.-ธ.ค. 2025) คาดลดลง 4.2% y-y จากการลดลงของ Aeroklas และมีกำไรปกติ 906.5 ล้านบาท +2.5% y-y จากการควบคุมรายจ่าย กำไรดังกล่าวคิดเป็น 80% ของทั้งปี จึงมีแนวโน้มปรับขึ้น แม้อุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นช้า แต่การเติบโตของ Aeroflex และ EPP เชื่อว่าชดเชยได้ เราคงคำแนะนำซื้อ คงราคาเป้าหมาย 4.10 บาท (FY26E EV/EBITDA 7.5x)







