AWC ผนึกกำลัง แมริออท เดินหน้าพัฒนาโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ในโครงการระดับแฟลกชิป Aquatique และโรงแรมแมริออท เกาะสมุย มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืน ในสองจุดหมายปลายทางริมทะเลชั้นนำของไทย
- Aquatique โครงการเมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิป โดย AWC พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เป็นครั้งแรกในเมืองพัทยา ที่ผสานประสบการณ์พิเศษ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เสริมจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก
- ด้วยศักยภาพและการเติบโตของเกาะสมุย รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่มธุรกิจบริการระดับคุณภาพ การพัฒนา เชอราตัน สมุย รีสอร์ทสู่โรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท เป็นการเสริมศักยภาพของโรงแรมริมชายหาดที่มีศักยภาพสูง ผ่านมาตรฐานการบริการระดับสากล และแนวคิด Wonderful Hospitality เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
- ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้วยจุดแข็งและศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ ควบคู่การดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของสองจุดหมายปลายทางริมทะเลที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหารโรงแรมในแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ที่พัทยา ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักชัวรีของประเทศไทย
การลงนามพัฒนาโครงการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อจาก การลงนาม โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ โครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์ ล้ง 1919 และทรงวาด ในปี 2565 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวลักชัวรีระดับโลก และการลงนาม โรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ในปี 2566 ซึ่งได้ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการระดับลักชัวรีของจังหวัดภูเก็ต โดยโครงการภายใต้การผนึกกำลังครั้งนี้นั้น สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ครอบคลุมการพัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิปของ AWC ณ เมืองพัทยา ซึ่งมีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา เป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการ ควบคู่กับการรีโพสิชันนิ่งโรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท สู่โรงแรมแมริออท เกาะสมุย
ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยต่อยอดจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่ ทั้งศักยภาพในระดับนานาชาติ ความพร้อมของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เน้นย้ำความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิปบนทำเลยุทธศาสตร์ ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในโครงการ Aquatique พัทยา จะเป็นโครงการลักชัวรีระดับแฟลกชิปที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ขณะเดียวกัน การพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท ที่เกาะสมุย เป็นการพัฒนาสอดคล้องเสริมศักยภาพของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพขระดับนานาชาติ
ทั้งสองโครงการสะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการผนึกกำลังกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อร่วมสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”
นายแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือระหว่างแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และ AWC ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการในประเทศไทย โดยครอบคลุมโรงแรมหลายแห่งและแบรนด์ชั้นนำของเราแมริออท โดยแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่นี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Aquatique เมืองพัทยา จะช่วยสนับสนุนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย สู่มาตรฐานสูงสุดด้านความหรูหราและความเป็นเลิศในระดับสากล ขณะเดียวกัน การนำเสนอแบรนด์แฟลกชิปอย่าง Marriott Hotels สู่เกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงสมาชิก Marriott Bonvoy ได้อย่างครบถ้วน เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่เราชื่นชมอย่าง AWC เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”
- Aquatique พัทยา จุดหมายปลายทางระดับแฟลกชิป พร้อมแบรนด์โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน หัวใจสำคัญของโครงการ
Aquatique สะท้อนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการแฟลกชิประดับโลก บนทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ภายใต้แนวคิด Destination-led ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่ได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานสากลและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ โดย Aquatique คือโครงการเมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination ซึ่งผสานองค์ประกอบด้านการบริการ โรงแรม การค้าปลีก และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว และสนับสนุนศักยภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอย่างรอบด้าน
โดยในส่วนของการบริการและโรงแรมนั้น Aquatique มีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมลักชัวรีระดับแฟลกชิป เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ โรงแรมได้รับการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักระดับลักชัวรีในพัทยา ผ่านการผสานงานออกแบบอย่างประณีต ความเป็นเลิศด้านการบริการ และประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักชัวรีที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเชิงประสบการณ์ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน
โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ประกอบด้วยห้องพักกว่า 224 ห้อง มีพื้นที่รวมประมาณ 34,505 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลริมชายหาดภายในพื้นที่โครงการ Aquatique ซึ่งมีขนาดประมาณ 27-2-75 ไร่ โดยการพัฒนาโครงการจะดำเนินการตามแผนการส่งมอบแบบเป็นระยะของโครงการ Aquatique
Aquatique ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination โดยผสานองค์ประกอบด้านการบริการ โรงแรม การค้าปลีกริมชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ไว้ภายในโครงการเดียวกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าของจุดหมายปลายทางในระยะยาว พร้อมเสริมความน่าสนใจของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกเหนือจากโรงแรมแล้วนั้น โครงการ Aquatique ยังประกอบด้วย
• โครงการรีเทลริมชายหาดระดับเวิลด์คลาส ด้วยพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 110,000 ตารางเมตร พัฒนาในรูปแบบจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการใช้ชีวิตเชิงประสบการณ์ตลอดแนวชายหาดของเมืองพัทยาเข้าไว้ด้วยกัน
• แหล่งความบันเทิงขนาดใหญ่ระดับสากล ประกอบด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการโดยพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสนับสนุนความต้องการเดินทางตลอดทั้งปีของนักท่องเที่ยวให้กับโครงการ
Aquatique ตั้งอยู่ในย่านพัทยากลาง ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่สำคัญ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และโครงข่ายระบบรางในอนาคต ส่งผลให้ Aquatique มีศักยภาพในการเติบโตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ในระดับโลก นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการวางบทบาทเพื่อส่งเสริมการเติบโตของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ พร้อมมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว
- โรงแรมแมริออท เกาะสมุย การปรับบทบาทสู่พรีเมียม รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวคุณภาพ
โรงแรมแมริออท เกาะสมุย สะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการพัฒนาทรัพย์สินโรงแรมริมชายหาดในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในระดับโลก เพื่อตอบรับการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์บนเกาะสมุย หนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของภาคใต้ของประเทศไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เสน่ห์ของเกาะสมุยสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการตั้งอยู่บริเวณหาดเฉวงน้อย หนึ่งในทำเลริมชายหาดที่มีศักยภาพโดดเด่นของเกาะ
โรงแรมมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการถ่ายทอดมาตรฐานแบรนด์ระดับโลกของแมริออท ควบคู่กับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของเกาะสมุย และการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ภายใต้แนวคิด “Samui’s soul embraces the tides of the sea” โครงการมีแผนพัฒนาวิลล่าริมชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ทิวทัศน์ของสระว่ายน้ำที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ประสบการณ์ด้านอาหารที่ถ่ายทอดเรื่องราวของมหาสมุทรอย่างพิถีพิถัน พร้อมบทบาทการเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวและการพักผ่อนระดับพรีเมียม
โรงแรมแมริออท ที่เกาะสมุย จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ระยะยาวของ AWCในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสร้างคุณค่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน และสนับสนุนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในระดับโลก
ความร่วมมือระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในการพัฒนาโครงการ Aquatique และ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย คือความมุ่งมั่นของ AWC ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านรูปแบบการพัฒนาที่ผสานมาตรฐานระดับโลกเข้ากับบริบทท้องถิ่น AWC มุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ทรัพย์สิน เมืองจุดหมายปลายทาง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
“ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของเรา ในการร่วมสนับสนุนอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรมและบริการ ผ่านการพัฒนาโครงการที่มุ่งสร้างประสบการณ์เพื่อก่อให้เกิดคุณค่าในระยะยาว” นางวัลลภากล่าว
“ด้วยการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น แนวคิดด้านความยั่งยืน และความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับโลกเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในสองจุดหมายปลายทางริมทะเลสำคัญของประเทศไทย”
เกี่ยวกับบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร และเป็นบริษัทภายใต้กลุ่มทีซีซี (TCC Group) มุ่งกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ผ่านการพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการ พื้นที่เพื่อการพาณิชย์และสำนักงาน และสถานที่ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ ด้วยพอร์ตโฟลิโอคุณภาพที่หลากหลาย ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วทั้งประเทศไทย AWC มุ่งมั่นพัฒนาโครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่ไม่เพียงแต่เป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม แต่ยังช่วยสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เช่น แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล, ไอเอชจี, โนบุ ฮอสพิทัลลิตี, โอกุระ, บันยันทรี, มีเลีย โฮเทลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล, ฮิลตัน โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท, แอคคอร์ และไฮแอท เพื่อมอบประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ พอร์ตโฟลิโอคุณภาพของ AWC ประกอบไปด้วย โครงการพาณิชย์ชั้นนำอย่างอาคาร ‘เอ็มไพร์’, แอทธินี ทาวเวอร์, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น และ ฟีนิกซ์ รวมถึงจุดหมายปลายทางด้านอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เอ-ย่า รูฟท้อป แอท ดิ เอ็มไพร์ นำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับโลก และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ AWC มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกกระบวนการดำเนินงานเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนผ่านกรอบการดำเนินงาน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1) โลกที่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น (BETTER PLANET) 2) ผู้คนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (BETTER PEOPLE) และ 3) ความมั่งคั่งด้วยเศรษฐกิจที่ดีขึ้น (BETTER PROSPERITY) พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมและความรับผิดชอบเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนหลายล้านคน และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยให้เติบโตไปอีกระดับ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.assetworldcorp-th.com/th/home









