The NEXT Real เปิดรับรุ่น 16 เผยปรับหลักสูตรรับเทรนด์ และเพิ่มคอร์สใหม่ ReDev พร้อมผนึก 3 เอเจนท์อินเตอร์ร่วมเสวนา ชี้อสังหาฯ ไทยยังไปได้ หากอ่านเกมอย่างเข้าใจ
The NEXT Real ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านหลักสูตรสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนภาพรวมภาวะเศรษฐกิจปี 2569 บนความท้าทายยังมีโอกาส หากเข้าใจโครงสร้างและปรับกลยุทธ์อย่างเหมาะสม เผยครบรอบ 10 ปี เดินหน้าปรับหลักสูตร The NEXT Real ให้รองรับสถานการณ์อสังหาฯ ในปัจจุบัน พร้อมเปิดรับสมัครรุ่น 16 และเปิดตัวคอร์สใหม่ “ReDev” ทางเลือกใหม่ของการพัฒนาอาคารเก่าในเมือง ตอบโจทย์เมืองและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งผนึก 3 เอเจนท์ระดับอินเตอร์ ได้แก่ Knight Frank, CBRE และ JLL เปิดเวทีเสวนาเจาะลึกภาพรวมและทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากผู้ประกอบการอ่านสถานการณ์ตลาดแต่ละเซ็กเตอร์อย่างเข้าใจ

นายบริสุทธิ์ กาสินพิลา ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการหลักสูตร The NEXT Real เปิดเผยว่า The NEXT Real ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงในตำรา แต่เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากผู้ที่อยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์จริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจโครงสร้างธุรกิจ แนวโน้มตลาด และปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละช่วงเวลา
“ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ The NEXT Real ดำเนินการมาโดยตลอด คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจว่าแต่ละเซ็กเตอร์มีปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างกัน
ไม่สามารถใช้สูตรเดียวทำเหมือนเดิมได้อีกต่อไป ความรู้เชิงโครงสร้างควบคู่กับประสบการณ์จากผู้ที่ลงมือปฏิบัติจริง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตัดสินใจของผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน”
ทั้งนี้ The NEXT Real เตรียมเปิดสอนหลักสูตรรุ่นที่ 16 โดยเพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ให้ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์มากยิ่งขึ้น ทั้ง Residential, Industrial & Warehouse, Office & Retail, Hotel และ Data Center รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ที่รองรับบริการด้าน Hospitality และ Wellness อีกทั้งพิเศษปีนี้ยังได้เปิดตัวคอร์สใหม่ “ReDev” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบการนำอาคารเก่าหรือที่ดินที่ถูกมองข้ามในเมืองมาพัฒนาใหม่หรือ Redevelopment ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งทิศทางของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในระยะเริ่มต้นและมีแนวโน้มสามารถเติบโตได้ในอนาคต
จากสภาพความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอสังหาฯ ที่เกิดขึ้น การทำงานและการตัดสินใจบนข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้น The NEXT Real จึงได้รวบรวม 3 เอเจนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ระดับอินเตอร์ ได้แก่ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Knight Frank), บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE) และ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (JLL) มาช่วยให้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในปี 2569 โดยครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ 6 เซ็กเตอร์หลัก ได้แก่ Residential, Industrial & Warehouse, Office & Retail, Hotel, Data Center และ Land

โดยนายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Knight Frank) กล่าวว่า ปี 2569 ภาคอุตสาหกรรมจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่เงินลงทุนจะไม่กระจายเหมือนที่ผ่านมา และจะกระจุกตัวในทำเลและโครงการที่มีความพร้อมจริง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่สามารถใช้งานได้ทันทีและรองรับการดำเนินงานในระยะยาว
“ในตลาดอาคารสำนักงาน การเร่งตัวของซัพพลายเกรด A ใหม่จะยิ่งตอกย้ำการแข่งขัน และเร่งให้เกิดการแยกตัวของคุณภาพอาคารอย่างชัดเจน อาคารที่ไม่สามารถยกระดับหรือปรับบทบาทของตัวเองได้จะถูกทิ้งห่างออกจากตลาดมากขึ้น” นายณัฎฐา กล่าว

ด้าน นางสาวเพ็ญธิดา ศรีสว่าง ผู้อำนวยการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE) กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องบริหารสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยโอกาสทางธุรกิจยังคงอยู่ในกลุ่มที่สามารถปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ทั้งการพัฒนาโครงการใหม่และการยกระดับสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยืดหยุ่นของรูปแบบการดำเนินธุรกิจมากขึ้น
“ประเทศไทยเป็นเป้าหมายการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ระดับโลกทั้งจากประเทศตะวันตกและประเทศตะวันออกนับสิบราย มูลค่าขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะนี้เริ่มมีการลงมือก่อสร้างแล้ว” นางสาวเพ็ญธิดา กล่าว

ส่วน นายการัณย์ คานิเยาว รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขาย ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จากกลุ่มบริการการลงทุนด้านโรงแรม บริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 ยังคงขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและเทคโนโลยี โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนระยะยาวและรองรับการเติบโตในอนาคตมากขึ้น รวมถึงแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการที่สอดรับกับหลัก ESG ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด
“ธุรกิจ Hospitality มีแนวโน้มเติบโตมากในประเทศไทย ปีที่ผ่านมาเราได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือโรงแรมจำนวนมาก กองทุนและนักลงทุนระหว่างประเทศต้องมีการถือทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมเพราะสามารถสร้างเงินสดได้ตลอดเวลา และซื้อขายเปลี่ยนมือได้คล่องตัว” นายการัณย์ กล่าว
“ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น หากเรามองเห็นโอกาส เราจะมองไปข้างหน้าได้อย่างแม่นยำ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นห่วงโซ่ที่สำคัญในการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศได้อย่างสูงสุด ซึ่งจะส่งผลไปยังห่วงโซ่อุปทานต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง แรงงาน รวมไปถึงการเติบโตของประเทศในระดับมหภาค ดังนั้น หากทุกคนได้ใช้ข้อมูล และมุมมองที่เป็นประโยชน์ หาโอกาสบนความท้าทาย พร้อมปรับตัวไปกับสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ภาคอสังหาฯ จะยังคงเป็นหมวดใหญ่ในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี” นายบริสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
The NEXT Real คือ หลักสูตรสำหรับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับบริบทของตลาดอสังหาริมทรัพย์และสภาพเศรษฐกิจ โดยจัดการเรียนการสอนมาแล้วรวมทั้งสิ้น 15 รุ่น มีผู้ผ่านหลักสูตรมากกว่า 1,800 คน ครอบคลุมทั้งนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของกิจการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ถือครองที่ดิน ตลอดจนธุรกิจและวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญของ Real Estate Ecosystem ซึ่งสะท้อนบทบาทของ The NEXT Real ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครือข่าย และมุมมองเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจนี้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับหลักสูตร The NEXT Real รุ่นที่ 16 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 26 มีนาคม 2569 โดยจัดการเรียนการสอนทุกวันศุกร์ รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม – 28 สิงหาคม 2569 ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตรหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thenextreal.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 094-149-4446
และหลักสูตร ReDev เปิดเรียน รุ่น 1 วันที่ 6 กุมภาพันธ์ – วันที่ 3 เมษายน 2569 เรียนทุกวันศุกร์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตรหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.redevshapedbythenextreal.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 095-691-5422









