เก่งหลังเกมส์
SET Index พัก -7.83 จุด -0.58% ปิด 1,331 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.17 หมื่นล้านบาท ไม่ได้มีปัจจัยลบในทางพื้นฐาน หลักๆตลาดตอบรับผลประชุม Fed ออกมาตามคาดและเป็น Neutral – Dovish Pause คือ คงดอกเบี้ย 3.5-3.75% มองเงินเฟ้อที่ยังสูงเป็นผลกระทบครั้งเดียวฝั่งต้นทุน แต่พร้อมปรับลดดอกเบี้ย หากความเสี่ยงเศรษฐกิจเข้ามาเพิ่มขึ้น โดย Sector ที่ปรับขึ้นและหนุนดัชนี คือ กลุ่ม ICT (TRUE) กลุ่มโรงพยาบาล BDMS กลุ่มค้าปลีก CPAXT, BJC ในทางตรงข้ามกลุ่มที่กดดัชนี คือ กลุ่มพลังงาน (GULF) กลุ่มธนาคาร KBANK, KTB, BBL กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (SCC) ฯลฯ
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น
TRUE +4.4%
ราคาหุ้น Laggard กลุ่ม โดยในเชิงพื้นฐานยังโดดเด่น คาดประมาณการการเติบโตของ EPS ที่ 97% ในปี 2025F และ 19.5% ในปี 2026F และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 3.4% ในปี 2026F เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 18.2 บาท
INSET +2.5%
ปรับขึ้นต่อ มองเป็นหุ้นเด่นต้นน้ำธีม “Thailand AI CAPEX cycle” INSET ผู้รับเหมาสร้าง Data Center(DCs) เชี่ยวชาญระบบเทคนิคอาคาร 1 ใน 5 ผู้เล่น โดยจุดเด่นคือ Valuation Gap ที่ Attractive 1) กำไร 2026F ทำ จุดสูงสุดใหม่ ทะลุปี 2021 แต่ราคาหุ้นต่ำกว่าปี 2021 ถึง 81% 2) Forward PER 26F เพียง ~10 เท่า Yield เกิน 6%
BCP +1.67%
1 ใน Top pick ของ KSS เช้านี้ แรงหนุน i.)คาดกำไร 4Q25F ฟื้นสูง y-y, +99%q-q ธุรกิจโรงกลั่นหนุน ii.) ปี 2026F ฟื้นตัวต่อค่าการกลั่นยืนสูง+ไม่มีปิดซ่อม iii.) Upside ปี 2026 มีทั้งฝั่ง Demand และ Supply ยังแนะนำ ซื้อ BCP(TP26F-44)
KBANK -2.1%, KTB % -1.72, BBL -1.89%
ถูกขายทำกำไร หลังประกาศงบ 4Q25 ออกมาแล้ว และขาดปัจจัยหนุนผสานกับเป็นหุ้นที่เคย Outperform ในปี 2025
BDMS +0.5%
ปรับขึ้นจากมุมมองเป็นหุ้น Deep Value เลือกเป็นหุ้นเด่น เนื่องจาก 1) มีความได้เปรียบการแข่งขันจากเครือข่าย รพ. ขนาดใหญ่ ส่วนแบ่งจำนวนเตียงมากสุด 2) มี Ecosystem ของบริการทางการแพทย์ครบวงจร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและลดต้นทุนซ้ำซ้อน ทำให้อัตราทำกำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และ 3) คาด ROE มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 15.9% ในปี 25F เป็น 16.8% ในปี 27F จากการเติบโตของกำไรและคาดจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอจาก 0.76 บาท ในปี 25F เป็น 0.80 บาท ในปี 27Fราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี









