บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):
Thailand Retail
คาดกำไร 4Q68 ชะลอตัว (NEUTRAL)
มุมมองเท่าตลาด หุ้นเด่น CPALL และ MOSHI
เราคาดว่ากำไรของกลุ่มค้าปลีกในงวด 4Q68 จะลดลง 8% YoY จากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ชะลอตัว และค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น โดยมีเพียง MOSHI และ MRDIYT ที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโต YoY ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกส่วนใหญ่เผชิญกับกำไรที่หดตัวท่ามกลางการบริโภคที่ซบเซาและปัจจัยลบภายนอกหลายประการ เราคาดว่าผลประกอบการ 1Q69 จะยังคงท้าทาย จากการขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและฐานสูง ก่อนที่สถานการณ์จะปรับดีขึ้นใน 2Q69 จากฐานต่ำสภาพอากาศที่กลับสู่ภาวะปกติ และความเป็นไปได้ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เราชอบ CPALL และ MOSHI จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่มั่นคง
กำไร 4Q68 คาดลดลง 8% YoY
เราคาดว่ากำไรหลักของกลุ่มค้าปลีกภายใต้การวิเคราะห์ของเราในงวด 4Q68 จะเพิ่มขึ้น 34% QoQ มาอยู่ที่ 1.735 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบ YoY กำไรหลักคาดว่าจะลดลง 8% จาก SSSG ที่อ่อนตัวและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น โดยประเมินว่ามีเพียง MOSHI และ MRDIYT จะมีกำไรเติบโต YoY (+18% / +21%) ขณะที่กำไรของ CPALL ใน 4Q68 มีแนวโน้มทรงตัว YoY ส่วนบริษัทค้าปลีกรายอื่น ๆ ภายใต้การวิเคราะห์ของเราคาดว่าจะมีกำไรลดลง เนื่องจากการบริโภคที่ซบเซา น้ำท่วมในภาคใต้ ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และช่วงเวลาการไว้อาลัย เราคาดว่า SSSG ของกลุ่มค้าปลีกจะชะลอตัวใน 4Q68 โดยมีเพียง MOSHI และ Mr. D.I.Y. ที่คาดว่าจะยังรายงาน SSSG เป็นบวก ขณะที่ SSSG ของ Makro คาดว่าจะทรงตัว
1Q69 ยังท้าทาย คาดเริ่มฟื้นใน 2Q69
เรามองว่าแนวโน้ม 1Q69 ยังมีความท้าทาย จากการที่ยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงผลของฐานสูงจากมาตรการลดหย่อนภาษี “Easy E-Receipt 2.0” ที่ดำเนินการในช่วง 16 ม.ค.– 28 ก.พ. 2568 เราคาดว่า SSSG มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นใน 2Q69 โดยได้แรงหนุนจากฐานต่ำใน 2Q68 ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทั้งฝนตกชุกและอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ ส่วนในปีนี้เราคาดว่าสภาพอากาศจะกลับสู่ภาวะปกติหลังปรากฏการณ์ลานีญาอ่อนกำลังลง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ใน 2Q69 จะเปิดทางให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค
หุ้นเด่น CPALL และ MOSHI
หุ้นเด่นของเราคือ CPALL และ MOSHI โดย CPALL มีกำไรที่มีเสถียรภาพ หนุนโดยความแข็งแกร่งของแบรนด์ 7-Eleven และเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจที่ P/E ปี 2569 ที่ 12.7 เท่า อีกทั้ง ROE แข็งแกร่งที่ 20% ขณะที่ MOSHI มีศักยภาพในการเติบโตของกำไรอย่างโดดเด่น โดยเราคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในช่วง 3 ปีอยู่ที่ 18.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 7.4% อย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตมาจาก SSSG ที่แข็งแกร่งจากพลังของแบรนด์ การออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงสาขา และการขยายสาขาเพิ่มเติม เราคาดว่า ROE ในปี 2569 จะอยู่ในระดับสูงที่ 25% เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 17%







