บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
IRPC Pcl. (IRPC.BK/IRPC TB)*
คาดว่าจะยังขาดทุนสุทธิใน 4Q68F เพราะขาดทุนหนักจากสต็อก
Event
ประมาณการ 4Q68F
Impact
คาดว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิใน 4Q68F
เราคาดว่า IRPC จะขาดทุนสุทธิ 596 ล้านบาทใน 4Q68F ดีขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 1.1 พันล้านบาทใน 4Q67 แต่แย่ลงจากที่มีกำไรสุทธิ 340 ล้านบาทใน 3Q68 โดยผลประกอบการที่ดีขึ้น YoY เป็นเพราะเราคาดว่า market GRM จะเพิ่มขึ้นถึง 53% YoY เป็น US$9.5/bbl ส่วนผลประกอบการที่แย่ลง QoQ เป็นเพราะเราคาดว่าบริษัทจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันสุทธิสูงถึง 2.4 พันล้านบาทใน 4Q68F แย่ลงจากที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมันสุทธิ 382 ล้านบาทใน 3Q68 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบลดลง 9% QoQ เป็นUS$64/bbl ใน 4Q68 ส่วนในแง่ของการดำเนินงาน เราคาดว่า market GRM ของ IRPC จะพุ่งสูงขึ้นถึง58% QoQ เป็น US$9.5/bbl เนื่องจาก spread ของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น US$15.7/bbl, US$24.6/bbl และ US$24.5/bbl ตามลำดับ ในขณะที่คาดว่าอัตราการกลั่นน้ำมันดิบจะขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% QoQ เป็น 205 KBD ในขณะเดียวกันเราคาดว่ากำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีจะหดตัวลง QoQ เนื่องจาก spread ของ PP ลดลง 10% QoQ เป็น US$304/ton และ spread ของABS ลดลง 7% QoQ เป็น US$659/ton เพราะถูกกดดันจากอุปทานใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในตลาดเป็นจำนวนมากในปี 2568 ทั้งนี้เมื่ออิงจากประมาณการ 4Q68F ล่าสุด เรามองว่าประมาณการปี 2568F ของเรายังมีupside อีก 3% ซึ่งจะทำให้ประมาณการผลขาดทุนสุทธิในปี 2568F ลดลงมาอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท จากเดิม 3.7 พันล้านบาท
ขายหุ้น 40% ใน WHAIER โดยคาดว่าจะปิดดีลได้ใน 1Q69F
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 IRPC แจ้ง SET ว่าบริษัทได้อนุมัติให้ขายหุ้นทั้งหมด 40% ที่ถืออยู่ใน WHA Industrial Estate Rayong (WHAIER) ให้กับ WHA Industrial Development (WHAID) โดยมีมูลค่าธุรกรรมรวม 896 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อยภายใน 1Q69F ทั้งนี้การขายหุ้นดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ asset monetization strategy ของกลุ่ม PTT เราคาดว่า IRPC จะบันทึกกำไรจากการขายหุ้นเล็กน้อย ซึ่งไม่น่ามีผลกระทบกับราคาเป้าหมายของเราอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ในขณะที่ WHAIER ยังมีที่ดินที่ยังสามารถพัฒนาได้อยู่อีกประมาณ 520 ไร่
Valuation & action
เรายังคงคำแนะนำถือ IRPC โดยยังคงราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 1.14 บาท อิงจาก PB ที่ 0.35x เราคาดว่าราคาหุ้นจะถูกกดดันจากผลประกอบการ 4Q68F ที่คาดว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิ นอกจากนี้ เรายังคงมองลบกับแนวโน้มของ PP เนื่องจากจะมีกำลังการผลิต PP ใหม่ก้อนใหญ่เพิ่มเข้ามาในตลาด 6.0 MTA ในปี2569F และอีก 6.4 MTA ในปี 2570F
Risks
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ, GRM และ spread ปิโตรเคมี







